Hello,
Mame

Interview with Maiko Kurogouchi

  • Photography by Yuichiro Noda
  • Hair & Makeup by Chio Nasu
  • Text by Kenichiro Tatewaki

Maiko Kurogouchi ดีไซเนอร์ผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์ Mame Kurogouchi ได้ร่วมงานกับยูนิโคล่เข้าสู่ซีซั่นที่สี่
จากการไปเยี่ยมเยือนจังหวัดนากาโน่ที่เธอเติบโต และรวมถึงสตูดิโอที่ดูแลไว้ พวกเราพูดคุยกับ Maiko ถึงที่มาและความคิดสร้างสรรค์ของเธอ

Maiko Kurogouchi ดีไซเนอร์ผู้อยู่เบื้องหลังแบรนด์ Mame Kurogouchi ได้ร่วมงานกับยูนิโคล่เข้าสู่ซีซั่นที่สี่
จากการไปเยี่ยมเยือนจังหวัดนากาโน่ที่เธอเติบโต และรวมถึงสตูดิโอที่ดูแลไว้ พวกเราพูดคุยกับ Maiko ถึงที่มาและความคิดสร้างสรรค์ของเธอ

Maiko Kurogouchi
ไมโกะ คุโรโกจิ

Designer

เกิดที่จังหวัดนากาโน่ และเปิดตัวแบรนด์ Mame ในปี 2011 ด้วยคอลเลคชันฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน Maiko ชอบที่จะผสมผสานส่วนโค้งเว้าที่สง่างาม และละเอียดอ่อนให้เข้ากับความงามดั้งเดิมแบบญี่ปุ่นและเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ทุกซีซั่น เธอจะออกเดินทางไปทั่วญี่ปุ่น เพื่อผลิตคอลเลคชันใหม่ๆ ในปี 2017 เธอได้รับรางวัล Fashion Prize ครั้งแรกของโตเกียว และได้ปรากฏตัวครั้งแรกที่งาน Paris Fashion Week ด้วยคอลเลคชันฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวปี 2018-2019 เมื่อปีที่แล้ว พิพิธภัณฑ์ Nagano Prefectural Art Museum ที่มีการปรับปรุงใหม่จัดนิทรรศแสดงผลงานสร้างสรรค์ของเธอ เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปีของแบรนด์

  • Q1. ทำไมคุณถึงตัดสินใจตั้งชื่อแบรนด์ของคุณว่า “Mame Kurogouchi” แทนที่จะใช้ชื่อของตัวเอง

    มาเมะ (Mame) แปลว่า "ถั่ว” (ภาษาญี่ปุ่น) " เป็นชื่อเล่นของฉันตอนเป็นนักเรียน ในวันเปิดเรียนวันแรกที่โรงเรียนสอนแฟชั่น เด็กชายหน้าตาดีคนหนึ่ง ซึ่งต่อมากลายเป็นเพื่อนซี้ของฉัน เดินเตร็ดเตร่มาหาฉัน แล้วพูดว่า "เธอตัวเล็กและกลมเหมือนถั่ว นั่นคือชื่อเล่นใหม่ของเธอนะ" แบรนด์นี้จึงเป็นเหมือนตัวตนที่สองของฉัน ซึ่งเป็นสิ่งที่ฉันต้องการให้เติบโตไปด้วยกัน และด้วยเหตุนี้ ชื่อเล่นเก่าของฉันจึงเป็นตัวเลือกที่ดีมาก "Mame" ยังมีความหมายอื่นๆ ในภาษาญี่ปุ่นด้วย เช่น "ขยัน" และ "ขยันขันแข็ง" ซึ่งฉันคิดว่าเป็นคำที่เหมาะกับแนวทางการผลิตงานของแบรนด์เรา

  • Q2. คุณเคยบอกว่าคุณได้แรงบันดาลใจจากภูมิทัศน์ที่เมืองนากาโน่ที่คุณเติบโตมา แล้วอะไรเป็นแรงบันดาลใจให้คุณ

    แรงบันดาลใจของฉันอาจจะเป็นอะไรที่ดูยิ่งใหญ่เหมือนกับภูมิทัศน์ที่เต็มไปด้วยชีวิตชีวา หรืออาจจะเป็นสิ่งที่ดูซ้ำซากจำเจเหมือนก้อนหินที่ถูกทิ้งอยู่ข้างทางก็ได้ มันใช้เวลากว่าที่สิ่งเหล่านี้จะกลายเป็นไอเดีย แต่ฉันมักจะถ่ายภาพ และจดบันทึกเอาไว้เวลาเจอสิ่งที่น่าสนใจ ตัวอย่างเช่น คอลเลคชันล่าสุดได้แรงบันดาลใจมาจากเทปเรืองแสงที่ผูกไว้รอบต้นไม้บนภูเขาเพื่อใช้บอกทาง

  • Q3. ในช่วงหนึ่งปีครึ่งที่ผ่านมา คุณแบ่งเวลาอยู่ทั้งที่นากาโน่และโตเกียว ทำไมถึงเป็นอย่างนั้นล่ะ

    ฉันไม่ได้ตั้งใจที่จะสร้างสตูดิโอนอกเมืองโตเกียว แต่ในระหว่างที่ทำการสำรวจพื้นที่เพื่อเตรียมคอลเลคชันฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนปี 2021 ซึ่งมีธีมคือ "หน้าต่าง" เราไปเจอบ้านหลังหนึ่งที่ดูน่าทึ่งมากๆ แล้วปรากฎว่าบ้านนั้นมีหญิงชราอาศัยอยู่คนเดียว และสตูดิโอของสามีเธอที่ล่วงลับไปแล้วก็อยู่ในพื้นที่บ้านด้วย ซึ่งเธอก็ปล่อยมันไว้อย่างนั้น เพื่อแทนความทรงจำของสามี แต่ทั้งฉันและเธอพูดจาถูกคอกัน เธอจึงตัดสินใจปล่อยให้ฉันเช่าห้องสตูดิโอนั้น เราจึงเอามันมาปรับปรุงเล็กน้อย แต่แทนที่จะเน้นความสะดวกสบาย เราก็พยายามคงอารมณ์ของห้องเดิมไว้ให้มากที่สุด โดยการเก็บรูปและวัสดุอื่นๆ เอาไว้ เพื่อแทนความทรงจำของเธอ สตูดิโอเป็นพื้นที่สีขาวทั้งหมด ล้อมรอบด้วยกระจก และไม่มีอะไรเลยนอกจากโต๊ะตรงกลางห้อง บางครั้งฉันมาที่นี่ทุกสัปดาห์ บางครั้งก็ทุกสองสามเดือน แต่ฉันรู้ว่าที่นี่เป็นที่ๆ ฉันจะมีสมาธิและทำงานให้สำเร็จได้

  • Q4. อะไรทำให้คุณเลือกภูเขา คิริงามิเนะสำหรับการถ่ายภาพครั้งนี้

    เพราะเป็นส่วนหนึ่งของคอลเลคชันปี 2014 ของฉัน ที่เน้นเรื่องราวความทรงจำของคุณยาย ฉันเคยถามคุณยายถึงคุณตาที่ล่วงลับไปแล้ว และเธอพูดถึงทริปที่ทั้งคู่เดินทางไปภูเขา คิริงามิเนะ ฉันก็เลยลองไปดู แล้วก็ค้นพบว่าภูมิทัศน์ที่นี่สวยงามในทุกฤดู ที่แห่งนี้ทำให้ฉันนึกถึงคุณตาคุณยายในวัยหนุ่มสาว นอกจากนี้ยังเป็นสถานที่ที่ทำให้ฉันคิดถึงบ้านด้วย นั่นเป็นเหตุผลที่ฉันเลือกที่นี่

  • Q5. คุณยายของคุณเป็นคนอย่างไร

    เธอเป็นผู้หญิงที่ใจดี อ่อนน้อม และสุดยอดมากๆ คุณตาคุณยายของฉันเป็นชาวนา ฉันจะไม่มีวันลืมภาพที่พวกเขาออกไปทุ่งนาไม่ว่าอากาศจะเลวร้ายแค่ไหนก็ตาม ตอนเด็กๆ ฉันเคยช่วยงานในไร่ ตากับยายคือคนที่สอนฉันว่าจะทำอะไรต้องใช้เวลา สิ่งที่ฉันเรียนรู้จากการดูพวกเขาทำงานเป็นพื้นฐานของมุมมองที่ฉันมีต่อการออกแบบเสื้อผ้า

  • Q6. คุณชอบฤดูไหนมากที่สุดในสี่ฤดู

    ฉันคิดว่าฤดูหนาวนะ ฉันว่าท้องฟ้าสีส้มตอนตะวันตกดินเป็นอะไรที่สวยงามมาก จะมีอะไรดีไปกว่าการนั่งดูวิวในฤดูหนาวจากห้องอุ่นๆ เมื่อฉันมองย้อนกลับไปในวัยเด็ก ฉันเห็นรูปทรงใสๆ อย่างหิมะและน้ำแข็งทุกที่ที่ฉันไป และสิ่งเหล่านั้นก็อยู่ในดีไซน์ของฉันตั้งแต่เปิดตัวคอลเลคชันแรก ซึ่งมาในรูปแบบของกระเป๋าและเสื้อผ้าเนื้อพีวีซีมันวาว

บราสลิปที่ Kurogouchi บอกว่าเป็นสินค้าชิ้นโปรดจากสินค้าในคอลเลคชันทั้งหมดของเธอกับยูนิโคล่ ในรูปนี้เป็นสีน้ำตาลเฉดใหม่ ที่วางแผนจำหน่ายในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวปี 2022 แม้ว่าจะคล้ายกับสีเดิม แต่ก็มีโทนสีต่างกัน

Maiko ใช้สมุดบันทึกของ Moleskine เพื่อบันทึกแหล่งที่มาของแรงบันดาลใจในแต่ละวัน ตลอดจนดีไซน์ สี และวัสดุที่เธอชอบ เธอมักจะใช้หนึ่งเล่มต่อหนึ่งฤดูกาล สมุดบันทึกของเธอจึงได้นำมารวบรวมไว้ในนิทรรศการ 10 Mame Kurogouchi ที่เมืองนากาโน่เมื่อปีที่แล้วด้วย

  • Q7. ในวัยเด็กคุณเป็นเด็กแบบไหน ตอนชั้นประถมคุณเรียนวิชาอะไรได้ดีที่สุด

    ตอนนั้นการ์ตูนเซเลอร์มูนเป็นที่นิยมในโรงเรียน ฉันอยากได้ไม้คทาพระจันทร์เสี้ยวของเซเลอร์มูน แต่ฉันรอให้ถึงวันเกิดหรือคริสต์มาสไม่ไหว ฉันก็เลยเอากล่องขนมเปล่ามาตัดทำเป็นไม้คทา ฉันหลงใหลในงานฝีมือมากๆ และฉันก็ชอบเขียนมาโดยตลอด ดังนั้นวิชาภาษาจึงเป็นวิชาโปรดของฉัน

  • Q8. คุณตั้งชื่อภาษาญี่ปุ่นให้กับของหลายชิ้นของคุณ เช่น OHINERI และ SHIBORI แล้วคิดว่าภาษาญี่ปุ่นที่งดงามที่สุดคือคำว่าอะไร

    คำที่มาจากการสร้างคำ เช่น Tsuya tsuya, kira kira, suru suru ฉันชอบวิธีที่คำพวกนี้สามารถกระตุ้นความรู้สึกและสื่ออารมณ์ได้ คุณสามารถแปลคำว่า “tsuya tsuya” เป็นภาษาอังกฤษว่า “shiny” ได้ แต่ความหมายของคำบางอย่างจะหายไป เป็นเรื่องวิเศษมากที่ภาษาสามารถถ่ายทอดลักษณะเฉพาะบางอย่างและความรู้สึกได้

  • Q9. ปี 2018 ถือเป็นการเปิดตัวผลงานของคุณที่งาน Paris Fashion Week ตามด้วยโชว์บนรันเวย์ครั้งแรกในปีต่อมาหลังจากนั้น ตั้งแต่นั้นมามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

    ฉันพบว่าหลายสิ่งหลายอย่างในญี่ปุ่นที่ถ่ายทอดออกมาตามธรรมชาติสูญหายไปเพราะอุปสรรคทางด้านภาษา ยกตัวอย่างเช่น OHINERI ซึ่งมีความน่าสนใจมากขึ้นในบริบทของการห่อแบบญี่ปุ่น ฉันตระหนักว่าฉันไม่เพียงแค่ต้องการทำเสื้อผ้าเท่านั้น แต่ฉันต้องการเจาะลึกและถ่ายทอดวัฒนธรรมและความรู้สึก นี่เป็นสิ่งที่สำคัญมากสำหรับการเติบโตของแบรนด์

  • Q10. นับตั้งแต่คุณก่อตั้งแบรนด์นี้ขึ้นมา คุณมีความชัดเจนในการใช้เทคนิคแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม ทำไมถึงเป็นอย่างนั้น

    ฉันโชคดีที่งานก่อนหน้านี้ทำให้ฉันได้ไปเยี่ยมชมโรงงานและช่างฝีมือมากมาย แต่ในช่วงสองสามปีที่ผ่านมา ฉันสังเกตว่าโรงงานและช่างเหล่านั้นหายไป ทำให้ฉันอยากร่วมงานกับพวกเขาในการสร้างสิ่งต่างๆ ด้วยกันก่อนที่จะสายเกินไป ทุกวันนี้ การมีสิ่งที่ "สร้างขึ้นบนโลก" กลายเป็นเรื่องท้าทาย หรือแม้แต่สิ่งที่ "ผลิตในญี่ปุ่น" ก็หายากมากๆ นี่ทำให้การสร้างสัมพันธ์กับผู้สร้างมีความสำคัญมากกว่าที่เคย

  • Q11. คุณเป็นคนที่คลั่งไคล้ในวัสดุเอามากๆ วัสดุที่คุณชื่นชอบที่สุดคืออะไร

    ฉันชอบผ้าไหม ในบรรดาเส้นใยที่มาจากสัตว์ทั้งหมด ไหมเป็นเส้นใยเดียวที่สร้างจากโปรตีนชนิดเดียวกันกับผิวหนังของเรา ผ้าไหมให้ความรู้สึกเย็นสบายในฤดูร้อน และอบอุ่นในฤดูหนาว ให้ความรู้สึกราวกับวัสดุที่มีชีวิต เมื่อแม่ของฉันยังเด็ก ทุกคนที่ทำฟาร์มต่างก็มีส่วนในการปลูกไหม ตัวไหมเป็นสิ่งที่สร้างรายได้ ห้องที่บ้านของเราที่มีอากาศถ่ายเทดีที่สุดจะเก็บไว้ใช้สำหรับการเลี้ยงไหม ทั้งนี้ การผลิตไหมลดลงทั่วโลก ไม่ใช่แค่ในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ฉันหวังว่าฉันจะได้ใช้เส้นใยที่น่าอัศจรรย์ที่ตัวไหมสร้างขึ้นต่อไปและจะทำให้ดีที่สุด

  • Q12. ชุดกระโปรงคอลึกและแขนกระดิ่งกลายเป็นเครื่องหมายการค้าของแบรนด์ อะไรทำให้คุณรู้สึกดึงดูดกับลายเส้นโค้ง

    การที่เส้นโค้งเน้นความงามของร่างกายผู้หญิงได้ดี ฉันชอบความกลมและความสมบูรณ์ของรูปร่างผู้หญิง แทนที่จะปกปิดสิ่งต่างๆ รูปทรงของเสื้อผ้าควรเป็นสิ่งที่มาเสริมรูปร่างของเราอย่างกลมกลืน เพื่อให้เกิดส่วนโค้งเว้ามากขึ้นที่มาจากเสื้อผ้า

Maiko เลือกใส่ชุดสีดำล้วน ด้วยความปรารถนาที่จะกลมกลืนไปกับสภาพแวดล้อม เธอเลือกสวมเสื้อผ้าสีดำล้วนมาหลายปีแล้ว กล้องตัวโปรดของเธอคือ Minolta TC-1 ซึ่งใช้มาตัวที่สี่แล้ว ใบไม้หรือตะไคร่บนต้นไม้สะท้อนในดวงตาของเธอราวกับถักทอเป็นลูกไม้

  • Q13. เป็นที่รู้กันว่าคุณมีความสนใจในชุดชั้นในเป็นพิเศษ อะไรทำให้คุณอยากร่วมงานกับยูนิโคล่เป็นพิเศษ

    ชุดชั้นในเป็นสิ่งที่ฉันสนใจมาระยะหนึ่งแล้ว ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือความสบายเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ฉันให้ความสนใจกับการที่ยูนิโคล่ใช้เทคโนโลยีเพื่อปฏิวัติบราของผู้หญิง เช่นเดียวกับความมุ่งมั่นของยูนิโคล่ในการปรับปรุงมาตรฐานของสินค้าอยู่เรื่อยมา ฉันรู้สึกว่าเราทำงานด้วยกันได้ และในขณะเดียวกันก็สะท้อนถึงค่านิยมของตัวฉันเองในการสร้างชุดชั้นในที่ต่างจากรูปแบบเดิมๆ นี่เป็นสิ่งที่พิเศษจริงๆ

  • Q14. ตลอดทั้งสี่ฤดูกาลที่เราทำงานร่วมกัน ที่ได้เปิดตัวคอลเลคชันฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนปี 2021 มีสินค้าชิ้นใดที่โดดเด่นกว่าชิ้นอื่นไหม

    บราสลิปค่ะ ฉันคิดว่าการระบาดของโรคทำให้เราอ่อนไหวต่อการสัมผัสมากขึ้น โดยส่วนตัวแล้วฉันหันมาใส่ชุดชั้นในที่ใส่สบายมากขึ้นอย่างบราท็อป สินค้าในคอลเลคชันนี้ให้ความกระชับเหมือนใส่บรา และเสริมสรีระให้สวยเด่น ไอเทมชิ้นหนึ่งสามารถทำได้ทั้งหมดนี้นับว่าเป็นผลงานชิ้นเอกเลยทีเดียว

  • Q15. นอกจากเสื้อชั้นในและเสื้อถักแล้ว คุณอยากจะร่วมงานอะไรกับยูนิโคล่อีกในอนาคต

    เรากำลังจะนำถุงน่อง และถุงเท้าออกวางจำหน่ายในซีซั่นนี้ นั่นเป็นสิ่งที่ฉันอยากลองทำมาสักพักแล้ว ฉันรู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษกับถุงเท้าที่เป็นงานถัก แต่ก็มีความบางมากพอ ซึ่งออกมาดูดีมากๆ เลย

  • Q16. สมบัติล้ำค่าของคุณคืออะไร

    แบรนด์ Mame Kurogouchi ไม่มีอะไรทำให้ฉันมีความสุขได้มากไปกว่าการได้ทำให้แบรนด์นี้เติบโตขึ้น โดยเริ่มจากชื่อเล่นของคนหนึ่ง จนกลายเป็นไอเทมที่ผู้คนมากมายจับจองเป็นเจ้าของ รวมถึงพนักงานของฉันด้วย และฉันจะเดินหน้าทำให้แบรนด์นี้เติบโตต่อไปในอนาคต

  • Q17. อาหารอะไรที่คุณทานได้ไม่เบื่อเลย

    ข้าวกล้องค่ะ สำหรับมื้อกลางวันที่ออฟฟิศ ฉันมักจะทานข้าวกล้องในชามที่ทำโดยช่างเซรามิกที่ฉันชื่นชอบ ทานกับผักดองและซุปมิโซะ พวกเขาเรียกมันว่า "เมนูพิเศษของ Kurogouchi"

  • Q18. ขอสามคำที่อธิบายถึงตัวตนของคุณได้ดีที่สุด

    ความทรงจำ ความฝัน อิสรภาพ

Maiko Kurogouchi
ไมโกะ คุโรโกจิ

Designer

เกิดที่จังหวัดนากาโน่ และเปิดตัวแบรนด์ Mame ในปี 2011 ด้วยคอลเลคชันฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อน Maiko ชอบที่จะผสมผสานส่วนโค้งเว้าที่สง่างาม และละเอียดอ่อนให้เข้ากับความงามดั้งเดิมแบบญี่ปุ่นและเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด ทุกซีซั่น เธอจะออกเดินทางไปทั่วญี่ปุ่น เพื่อผลิตคอลเลคชันใหม่ๆ ในปี 2017 เธอได้รับรางวัล Fashion Prize ครั้งแรกของโตเกียว และได้ปรากฏตัวครั้งแรกที่งาน Paris Fashion Week ด้วยคอลเลคชันฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวปี 2018-2019 เมื่อปีที่แล้ว พิพิธภัณฑ์ Nagano Prefectural Art Museum ที่มีการปรับปรุงใหม่จัดนิทรรศแสดงผลงานสร้างสรรค์ของเธอ เพื่อเป็นการฉลองครบรอบ 10 ปีของแบรนด์

บราสลิปที่ Kurogouchi บอกว่าเป็นสินค้าชิ้นโปรดจากสินค้าในคอลเลคชันทั้งหมดของเธอกับยูนิโคล่ ในรูปนี้เป็นสีน้ำตาลเฉดใหม่ ที่วางแผนจำหน่ายในฤดูใบไม้ร่วงและฤดูหนาวปี 2022 แม้ว่าจะคล้ายกับสีเดิม แต่ก็มีโทนสีต่างกัน

Maiko ใช้สมุดบันทึกของ Moleskine เพื่อบันทึกแหล่งที่มาของแรงบันดาลใจในแต่ละวัน ตลอดจนดีไซน์ สี และวัสดุที่เธอชอบ เธอมักจะใช้หนึ่งเล่มต่อหนึ่งฤดูกาล สมุดบันทึกของเธอจึงได้นำมารวบรวมไว้ในนิทรรศการ 10 Mame Kurogouchi ที่เมืองนากาโน่เมื่อปีที่แล้วด้วย

  • Q11. คุณเป็นคนที่คลั่งไคล้ในวัสดุเอามากๆ วัสดุที่คุณชื่นชอบที่สุดคืออะไร

    ฉันชอบผ้าไหม ในบรรดาเส้นใยที่มาจากสัตว์ทั้งหมด ไหมเป็นเส้นใยเดียวที่สร้างจากโปรตีนชนิดเดียวกันกับผิวหนังของเรา ผ้าไหมให้ความรู้สึกเย็นสบายในฤดูร้อน และอบอุ่นในฤดูหนาว ให้ความรู้สึกราวกับวัสดุที่มีชีวิต เมื่อแม่ของฉันยังเด็ก ทุกคนที่ทำฟาร์มต่างก็มีส่วนในการปลูกไหม ตัวไหมเป็นสิ่งที่สร้างรายได้ ห้องที่บ้านของเราที่มีอากาศถ่ายเทดีที่สุดจะเก็บไว้ใช้สำหรับการเลี้ยงไหม ทั้งนี้ การผลิตไหมลดลงทั่วโลก ไม่ใช่แค่ในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ฉันหวังว่าฉันจะได้ใช้เส้นใยที่น่าอัศจรรย์ที่ตัวไหมสร้างขึ้นต่อไปและจะทำให้ดีที่สุด

  • Q12. ชุดกระโปรงคอลึกและแขนกระดิ่งกลายเป็นเครื่องหมายการค้าของแบรนด์ อะไรทำให้คุณรู้สึกดึงดูดกับลายเส้นโค้ง

    การที่เส้นโค้งเน้นความงามของร่างกายผู้หญิงได้ดี ฉันชอบความกลมและความสมบูรณ์ของรูปร่างผู้หญิง แทนที่จะปกปิดสิ่งต่างๆ รูปทรงของเสื้อผ้าควรเป็นสิ่งที่มาเสริมรูปร่างของเราอย่างกลมกลืน เพื่อให้เกิดส่วนโค้งเว้ามากขึ้นที่มาจากเสื้อผ้า

  • Q13. เป็นที่รู้กันว่าคุณมีความสนใจในชุดชั้นในเป็นพิเศษ อะไรทำให้คุณอยากร่วมงานกับยูนิโคล่เป็นพิเศษ

    ชุดชั้นในเป็นสิ่งที่ฉันสนใจมาระยะหนึ่งแล้ว ถ้าจะพูดให้ถูกก็คือความสบายเป็นเรื่องที่สำคัญที่สุด ฉันให้ความสนใจกับการที่ยูนิโคล่ใช้เทคโนโลยีเพื่อปฏิวัติบราของผู้หญิง เช่นเดียวกับความมุ่งมั่นของยูนิโคล่ในการปรับปรุงมาตรฐานของสินค้าอยู่เรื่อยมา ฉันรู้สึกว่าเราทำงานด้วยกันได้ และในขณะเดียวกันก็สะท้อนถึงค่านิยมของตัวฉันเองในการสร้างชุดชั้นในที่ต่างจากรูปแบบเดิมๆ นี่เป็นสิ่งที่พิเศษจริงๆ

  • Q14. ตลอดทั้งสี่ฤดูกาลที่เราทำงานร่วมกัน ที่ได้เปิดตัวคอลเลคชันฤดูใบไม้ผลิและฤดูร้อนปี 2021 มีสินค้าชิ้นใดที่โดดเด่นกว่าชิ้นอื่นไหม

    บราสลิปค่ะ ฉันคิดว่าการระบาดของโรคทำให้เราอ่อนไหวต่อการสัมผัสมากขึ้น โดยส่วนตัวแล้วฉันหันมาใส่ชุดชั้นในที่ใส่สบายมากขึ้นอย่างบราท็อป สินค้าในคอลเลคชันนี้ให้ความกระชับเหมือนใส่บรา และเสริมสรีระให้สวยเด่น ไอเทมชิ้นหนึ่งสามารถทำได้ทั้งหมดนี้นับว่าเป็นผลงานชิ้นเอกเลยทีเดียว

  • Q15. นอกจากเสื้อชั้นในและเสื้อถักแล้ว คุณอยากจะร่วมงานอะไรกับยูนิโคล่อีกในอนาคต

    เรากำลังจะนำถุงน่อง และถุงเท้าออกวางจำหน่ายในซีซั่นนี้ นั่นเป็นสิ่งที่ฉันอยากลองทำมาสักพักแล้ว ฉันรู้สึกตื่นเต้นเป็นพิเศษกับถุงเท้าที่เป็นงานถัก แต่ก็มีความบางมากพอ ซึ่งออกมาดูดีมากๆ เลย

  • Q16. สมบัติล้ำค่าของคุณคืออะไร

    แบรนด์ Mame Kurogouchi ไม่มีอะไรทำให้ฉันมีความสุขได้มากไปกว่าการได้ทำให้แบรนด์นี้เติบโตขึ้น โดยเริ่มจากชื่อเล่นของคนหนึ่ง จนกลายเป็นไอเทมที่ผู้คนมากมายจับจองเป็นเจ้าของ รวมถึงพนักงานของฉันด้วย และฉันจะเดินหน้าทำให้แบรนด์นี้เติบโตต่อไปในอนาคต

  • Q17. อาหารอะไรที่คุณทานได้ไม่เบื่อเลย

    ข้าวกล้องค่ะ สำหรับมื้อกลางวันที่ออฟฟิศ ฉันมักจะทานข้าวกล้องในชามที่ทำโดยช่างเซรามิกที่ฉันชื่นชอบ ทานกับผักดองและซุปมิโซะ พวกเขาเรียกมันว่า "เมนูพิเศษของ Kurogouchi"

  • Q18. ขอสามคำที่อธิบายถึงตัวตนของคุณได้ดีที่สุด

    ความทรงจำ ความฝัน อิสรภาพ

Maiko บอกว่าเธอมักจะเดินก้มหน้า ฉากสำหรับการถ่ายทำนี้คือภูเขา คิริงามิเนะ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำ คุณตาคุณยายมาออกเดทกันที่นี่ Maiko ยิ้มขณะมองดูภูมิประเทศอันงดงาม และเรียกภูเขานั้นว่า "น่ารัก เหมือนหน้าอกเลย"

Maiko บอกว่าเธอมักจะเดินก้มหน้า ฉากสำหรับการถ่ายทำนี้คือภูเขา คิริงามิเนะ ซึ่งเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยความทรงจำ คุณตาคุณยายมาออกเดทกันที่นี่ Maiko ยิ้มขณะมองดูภูมิประเทศอันงดงาม และเรียกภูเขานั้นว่า "น่ารัก เหมือนหน้าอกเลย"

แชร์หน้านี้