เรียนรู้กระบวนการผลิตของ TOYOTA ผ่านรถยนต์ระดับตำนาน
เมื่อย้อนมองผลงานระดับมาสเตอร์พีซเหล่านี้ เราได้พูดคุยกับ Takayuki Nakajima ผู้จัดการทั่วไป ฝ่าย Vision Design Division ของ Toyota ถึง DNA ด้านการผลิตของ Toyota และทิศทางอนาคตของการออกแบบยานยนต์
สนับสนุนภาพถ่ายโดย: พิพิธภัณฑ์โตโยต้า
จิตวิญญาณการผลิตของ Toyota: "เพื่อใครสักคน"
แนวคิดนี้สืบทอดมาจาก Sakichi Toyoda ผู้ก่อตั้ง และเป็นคำที่ Akio Toyoda ประธานบริษัท มักหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงอยู่เสมอ ซึ่งรากฐานของ "โมโนซึคุริ" หรือศิลปะแห่งการสร้างสรรค์ของ Toyota
ตั้งอยู่บนความเชื่อว่า ทุกสิ่งที่ทำ ล้วนทำเพื่อใครสักคน
คนต้องมาก่อนเสมอ เราจะเริ่มจากการตั้งคำถามว่า เรากำลังออกแบบให้ใคร และเราสามารถทำอะไรให้เขาได้บ้าง ฟังก์ชัน การออกแบบ เทคนิค และโซลูชันต่างๆ จึงค่อยตามมาทีหลัง
ปรัชญานี้คือรากฐานของงานฝีมือ Toyota และเป็นแก่นแท้ของการออกแบบ
จากจุดนั้น กระบวนการออกแบบจะเริ่มต้นจากการทำความเข้าใจผู้ใช้งานสินค้าอย่างแท้จริง แทนที่จะเดินตามประวัติศาสตร์ของรถยนต์เพียงอย่างเดียว Toyota เลือกที่จะเชื่อมโยงกับประวัติศาสตร์ของชีวิตประจำวัน คอยสำรวจทางเลือกที่ดีที่สุดอยู่เสมอ พร้อมคำนึงถึงการเปลี่ยนแปลงของไลฟ์สไตล์และประเด็นด้านสิ่งแวดล้อมควบคู่กันไป
แก่นของการออกแบบ: มองเห็นความตั้งใจ
สำหรับ Toyota การออกแบบคือการทำให้ความคิดและวิสัยทัศน์ของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทั้งภายในและภายนอกองค์กร
มองเห็นได้อย่างเป็นรูปธรรม
ไม่ว่าจะผ่านภาพวาด โมเดล ตัวอักษร หรือคอนเซ็ปต์ โดยฝ่าย Vision Design Division จะทำงานร่วมกับสตูดิโอออกแบบทั่วโลก เพื่อถ่ายทอดแนวคิดเหล่านี้ออกมาให้จับต้องได้
การถกเถียงเพียงอย่างเดียวไม่อาจนำไปสู่ข้อสรุปได้ ความเข้าใจที่แท้จริงเกิดขึ้นได้จากแนวคิด "genchi-genbutsu" ของ Toyota: นั่นคือ การลงมือทำ ทดลอง และเห็นด้วยตาตนเอง
การเลือกวิธีที่เหมาะสมที่สุดในการสื่อสารแนวคิดหนึ่งออกมาจึงเป็นบทบาทสำคัญของการออกแบบ
การสร้างคอนเซ็ปต์คือจุดเริ่มต้นของการออกแบบรถยนต์ และการออกแบบประสบการณ์การใช้งานด้านการเดินทางก็เป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการทำให้ "ความตั้งใจของมนุษย์" มองเห็นได้อย่างชัดเจน
LAND CRUISER (20 Series) 1957
หลังจากรถรุ่นแรก (รุ่น BJ) ที่พัฒนาขึ้นเพื่อใช้ในการประมูลเป็นยานพาหนะขับเคลื่อนลุยทางทุรกันดาร ตามคำร้องขอของกองกำลังตำรวจสำรองแห่งชาติ (ปัจจุบันคือกองกำลังป้องกันตนเองทางบกของญี่ปุ่น) รถยนต์รุ่นที่สองซึ่งเป็นที่รู้จักกันทั่วไปในชื่อ “ซีรีส์ 20” ได้รับการออกแบบรูปลักษณ์ให้เหมาะกับการใช้งานของพลเรือนมากขึ้น
ในฐานะผู้บุกเบิกรถขับเคลื่อนสี่ล้อ ที่พัฒนาให้เป็นรถอเนกประสงค์สำหรับทุกการใช้งาน สามารถขับลุยน้ำ ปีนเขาได้ในทุกสภาพ แสดงให้เห็นภาพของ Land Cruiser ผ่านสมรรถนะการขับเคลื่อนอันทรงพลัง ด้วยการใช้ระบบซิงโครเมช พวงมาลัยพร้อมแดมเปอร์ และระบบกันสะเทือนที่เทียบเท่ารถยนต์นั่ง จึงขับขี่ง่ายและให้ความสบายตลอดการเดินทาง
รถรุ่นนี้ถูกนำไปใช้งานอย่างหลากหลาย ตั้งแต่รถบรรทุกโดยสาร รถบรรทุก รถตู้ขนาดเล็ก รถดับเพลิง ไปจนถึงรถพยาบาล และยังเป็นรุ่นที่เริ่มต้นการส่งออกไปยังต่างประเทศอย่างแท้จริง
การออกแบบรถยนต์เริ่มต้นจากการสร้างคอนเซ็ปต์
กระบวนการทั้งหมดเริ่มจากการตั้งคอนเซ็ปต์ ไม่ใช่เพียง "รถที่สามารถเคลื่อนที่ได้" แต่ต้องเป็นยานพาหนะที่ช่วยยกระดับชีวิตหรือการทำงานของใครสักคน
ไม่ว่าจะเป็นการใช้งานเพื่อการพักผ่อนหรือเพื่อการทำงาน เป้าหมายที่แตกต่างกันจะนำไปสู่ทิศทางการออกแบบที่แตกต่างอย่างสิ้นเชิง
แม้จะมีผู้คน 100 คนที่ให้ค่ากับเรื่องและมุมมองแตกต่างกัน 100 แบบ สิ่งที่เราทำคือการค้นหาความต้องการพื้นฐานร่วมกัน แล้วจึงเติมคุณค่าเฉพาะตัวลงไปเพิ่มเติม
ความแตกต่างของโครงสร้างครอบครัวและช่วงวัยของผู้ใช้งานทำให้เกิดเส้นทางการใช้งานที่แตกแขนงออกไปมากมาย และการกำหนดขอบเขตที่จะจัดการกับความแตกต่างเหล่านี้เป็นสิ่งสำคัญ
ก่อนจะพูดถึงรูปทรงสายภายนอกหรือสไตล์ สิ่งที่ต้องตัดสินใจก่อนคือ แพ็กเกจดีไซน์: หรือโครงสร้างโดยรวมของรถทั้งคัน ตั้งแต่พื้นที่ผู้โดยสาร ตำแหน่งชิ้นส่วน รูปแบบการจัดที่นั่ง ไปจนถึงตำแหน่งเครื่องยนต์และล้อ โดยทั้งหมดนี้กำหนดจากวัตถุประสงค์ของการใช้งานเป็นหลัก
TOYOTA COROLLA (1966)
เครื่องยนต์ทรงพลังขนาด 1,077 ซีซี ให้กำลัง 60 แรงม้า ที่รอบ 6,000 รอบต่อนาที เร่งจาก 0–400 เมตรได้ภายใน 19.7 วินาที ความเร็วสูงสุด 140 กม./ชม. ด้วยการออกแบบเพื่อความเร็วสูงที่เหนือกว่ามาตรฐานยุโรป มอบสมรรถนะในระดับรถคลาส 1,500 ซีซี รถยนต์นั่ง 5 ที่นั่งสำหรับตลาดแมส ดีไซน์ไฟหน้าดูมีพลังคล้ายดวงตาเสือดาว ฝากระโปรงหน้ามีสันนูนโค้งอย่างสง่างามตรงกลาง ท้ายรถโฉบเฉี่ยวไหลลื่น พร้อมงานออกแบบล้ำสมัยที่ใช้เส้นโค้งอย่างโดดเด่นทั่วทั้งคัน นอกจากนี้ ยังมาพร้อมห้องโดยสารที่กว้างขวางและนั่งสบาย การออกแบบลดเสียงรบกวนเพื่อความเงียบในการขับขี่ และความประหยัดน้ำมันที่เป็นมิตรต่อการใช้งานในชีวิตประจำวัน ตอบโจทย์ความฝันของผู้คนหลากหลายกลุ่มที่ต้องการมีรถยนต์เป็นของตัวเอง ในฐานะรถคอมแพ็กต์ครอสโอเวอร์
คุณค่าเพิ่มเติมอันเป็นเอกลักษณ์ของ TOYOTA
ขณะเดียวกันกับการยึดมั่นในแนวคิดหลักอย่างไม่เปลี่ยนแปลง เรามุ่งแสวงหาการเพิ่ม “คุณค่าอีกขั้น” อยู่เสมอ นั่นคือสิ่งที่เหนือกว่าความคาดหมาย ตัวอย่างเช่น ในช่วงเวลาที่รถรุ่นคู่แข่ง รวมถึงรถจากยุโรปและอเมริกาส่วนใหญ่ ใช้เครื่องยนต์ขนาด 1,000 ซีซี COROLLA รุ่นแรกกลับติดตั้งเครื่องยนต์ขนาด 1,077 ซีซี ซึ่งช่วยให้ยังคงมอบการใช้งานในระดับเดียวกัน พร้อมความได้เปรียบด้านสเปกที่ละเอียดอ่อนแต่มีความหมาย
แนวคิดเดียวกันนี้ถูกนำมาใช้กับงานออกแบบเช่นกัน รถยนต์สำหรับตลาดแมสมักมีรูปทรงเหลี่ยมแข็งเมื่อให้ความสำคัญกับพื้นที่ภายใน แต่สำหรับ COROLLA รุ่นแรก เราได้เพิ่มความประณีตในสิ่งที่นักออกแบบเรียกว่า “คุณภาพของพื้นผิว (surface quality)” ในขณะที่ดีไซน์ภายนอกของรถคู่แข่งมักเน้นพื้นผิวแข็งและคม COROLLA เลือกใช้รูปทรงโค้งมนอย่างนุ่มนวล แต่แฝงด้วยความตึงเครียดและพลัง
ด้วยการยกระดับคุณภาพของพื้นผิวและเส้นสาย ตัวรถจึงดูมีความซับซ้อน ประณีต และโดดเด่นยิ่งขึ้น เราเชื่อว่าความใส่ใจในรายละเอียดเหล่านี้จะช่วยให้ COROLLA มีภาพลักษณ์และคุณค่าเสมือนรถยนต์ที่อยู่เหนือขึ้นไปอีกหนึ่งคลาส และสามารถสร้างการตอบรับจากลูกค้าได้อย่างลึกซึ้งยิ่งขึ้น
TOYOTA 2000GT (1967)
ความเร็วสูงสุด 220 กม./ชม. ความเร็วเดินทางสูงสุด 205 กม./ชม. อัตราเร่ง 0–400 เมตร ใน 15.9 วินาที ผลึกแห่งเทคโนโลยีขั้นสูงที่พัฒนาขึ้นโดยความร่วมมือกับ Yamaha Motor Co., Ltd. รถ GT (Grand Touring) คลาส 2,000 ซีซี ที่มาพร้อมสมรรถนะระดับโลก ควบคู่กับความหรูหราและความใช้งานได้จริงสำหรับการขับขี่ในเมือง ในการทดสอบความทนทานที่ความเร็วสูงเป็นพิเศษ รถคันนี้สามารถวิ่งด้วยความเร็วเฉลี่ย 206.18 กม./ชม. ติดต่อกันยาวนานถึง 78 ชั่วโมง ครอบคลุมระยะทางกว่า 16,000 กม. พร้อมสร้างสถิติโลก 3 รายการ และสถิติระดับนานาชาติอีก 13 รายการ ดีไซน์ภายนอกงามสง่าถูกห่อหุ้มด้วยตัวถังในอุดมคติ เส้นสายโค้งลื่นไหลที่ช่วยลดแรงต้านอากาศอย่างสูงสุด ทุกองค์ประกอบถูกกำหนดมาเพื่อการขับขี่ด้วยความเร็ว ตั้งแต่ตำแหน่งและขนาดของเครื่องยนต์ แชสซี ไปจนถึงมิติห้องโดยสาร นอกจากนี้ ยังมีการนำรถต้นแบบดัดแปลงแบบเปิดประทุนไปใช้ในภาพยนตร์ 007 เรื่อง You Only Live Twice ทำให้ชื่อของรถรุ่นนี้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก รถยนต์ที่หลอมรวมทั้งสมรรถนะและความงามไว้ในระดับสูงสุดอย่างแท้จริง
ความคิดสร้างสรรค์ที่ไม่หยุดนิ่ง
ความคิดสร้างสรรค์ของ Toyota เกิดจากการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดระหว่างนักออกแบบและวิศวกร นักออกแบบแสวงหาความงาม ขณะที่วิศวกรแสวงหาสมรรถนะ ทั้งสองฝ่ายต้องพูดคุยและหารือกันอย่างต่อเนื่อง เพื่อค้นหาคำตอบที่ดีที่สุด ยกตัวอย่างเช่น กระจกมองข้างขนาดเล็กอาจดูสวย แต่กลับลดทัศนวิสัย โดยเฉพาะสำหรับผู้ขับขี่ที่มีรูปร่างเล็ก Toyota จึงมุ่งออกแบบให้มีทั้งความสวยงามและสอดคล้องกับสรีระมนุษย์ โดยไม่ทำให้ผู้ใช้งานรู้สึกว่าต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง แม้จะเป็นเรื่องยากที่จะทำให้ทุกคนพอใจได้ 100% แต่ Toyota พยายามเข้าใกล้จุดนั้นให้มากที่สุด ด้วยการพิจารณาทุกมุมมองของดีไซน์รอบด้าน และกระบวนการขัดเกลานี้ไม่ได้จบลงเมื่อรถออกสู่ตลาด แต่ยังดำเนินต่อไป ผ่านการอัปเดตและปรับปรุงชิ้นส่วนต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ ซึ่งสะท้อนถึงความมุ่งมั่นด้านความคิดสร้างสรรค์ของ Toyota
HIACE DELIVERY VAN (1967)
เครื่องยนต์ขนาด 345 ซีซี ให้กำลัง 65 แรงม้า รองรับน้ำหนักบรรทุก 500–850 กก. HIACE DELIVERY VAN ได้รับการออกแบบและพัฒนาขึ้นในฐานะรถบรรทุก–โดยสารสำหรับทุกสภาพอากาศอย่างแท้จริง ด้วยการใช้โครงสร้างตัวถังแบบโมโนค็อก ทำให้พื้นรถต่ำ ช่วยสร้างพื้นที่บรรทุกสัมภาระที่กว้างขวาง ขึ้น–ลงรถสะดวก บรรทุกและขนถ่ายสินค้าได้ง่าย พร้อมมอบสมรรถนะที่เพียงพอในฐานะรถเพื่อการพาณิชย์ ขณะเดียวกันก็ให้บรรยากาศและความรู้สึกแบบรถยนต์นั่ง นี่คือยานยนต์เพื่อการพาณิชย์รูปแบบใหม่ ที่ได้รับการออกแบบภายใต้แนวคิด “เคารพผู้คน” รถรุ่นนี้ยังสะท้อนวิสัยทัศน์อันล้ำหน้าของทีมวิศวกร TOYOTA ที่สามารถมองเห็นและนำเทรนด์การดัดแปลงรถบรรทุกเป็นรถแวน ซึ่งกำลังได้รับความนิยมทั่วโลก มาใช้อย่างรวดเร็ว
รถยนต์ 4 รุ่นที่สร้างประวัติศาสตร์ของ TOYOTA
รถ 4 รุ่นที่ได้รับเลือกมาเป็นดีไซน์ UT— COROLLA, LAND CRUISER, HIACE, และ 2000GT—ล้วนเป็นตัวแทนของ "จุดเริ่มต้น" ของ Toyota ในกลุ่มการใช้งานที่แตกต่างกัน
Corolla: สัญลักษณ์ของรถครอบครัวของชาติ และเป็นหนึ่งในรถที่ขายดีที่สุดในโลก ซึ่งเป็นศูนย์กลางของประวัติศาสตร์ Toyota
LAND CRUISER: คือรถขับเคลื่อนสี่ล้อและ SUV ต้นกำเนิดดั้งเดิม ภายใต้แนวคิด “รถที่ไปได้ทุกที่ และต้องกลับมาได้เสมอ” อัดแน่นด้วยคุณค่าแห่งความทนทานสูงสุด สมรรถนะการขับขี่ และความน่าเชื่อถือที่พิสูจน์ได้แม้ในสภาพแวดล้อมที่โหดที่สุด แนวคิดการออกแบบยังยึดความปลอดภัยในการขับขี่เป็นแกนหลัก เช่น การออกแบบเพื่อให้ทัศนวิสัยที่ชัดเจน ป้องกันการพลัดตกจากหน้าผา รวมถึงการยกขอบซุ้มฝากระโปรงหน้าให้ผู้ขับสามารถมองเห็นมุมทั้งสี่ของตัวรถได้อย่างชัดเจน
HIACE: เป็นตัวแทนของรถเพื่อการใช้งาน โดยพัฒนาจากรถบรรทุกแบบเดิมไปสู่รูปแบบรถแวนที่รองรับทั้งการใช้งานแบบโดยสารและเชิงพาณิชย์ ทำให้สามารถใช้งานได้อย่างคล่องตัวในสถานที่ทำงาน และยังพาครอบครัวออกไปพักผ่อนในช่วงวันหยุดได้ในคันเดียว รถเพียงหนึ่งคันสามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้ใช้งานได้ถึงสองหรือสามรูปแบบในเวลาเดียวกัน
2000GT: สร้างจุดยืนของ “รถสปอร์ตหรูที่ผลิตในประเทศ” รุ่นแรกอย่างแท้จริง และกลายเป็นตำนานในประวัติศาสตร์ยานยนต์ญี่ปุ่น ที่รวบรวมเทคโนโลยีล้ำสมัยของยุคนั้นไว้ทั้งหมด เป็นสัญลักษณ์ที่ถ่ายทอดความหลงใหล ศักยภาพทางวิศวกรรม และพลังด้านงานออกแบบของ TOYOTA สู่สายตาโลก
รถยนต์ทั้ง 4 รุ่นนี้สามารถถ่ายทอดเรื่องราวประวัติศาสตร์การผลิตอันหลากหลายของ TOYOTA ได้อย่างชัดเจนและครบถ้วน
การสร้างอนาคตที่ "เชื่อได้"
มองการออกแบบรถยนต์แห่งอนาคตอย่างไร? Simon Humphries (Chief Branding Officer) มักกล่าวอยู่เสมอว่า “เราควรมอบสิ่งที่ผู้คนรู้สึกว่าเป็นไปได้จริง” แม้เราจะสร้างรถในฝันที่ดูเหมือนยานอวกาศ แล้วเรียกมันว่ารถยนต์ในอีก 20 ปีข้างหน้า แต่ในความเป็นจริงแล้ว เป็นสิ่งที่ยากจะจินตนาการได้ การคิดภาพอนาคตล่วงหน้า 20 ปี แล้วถอยหลังกลับมาวางแผนและคิดว่าควรทำอะไรในวันนี้ เรียกว่า Back Casting อย่างไรก็ตาม ต่อให้แนวคิดนั้นจะเป็นจินตนาการสุดขั้วหรือความฝันที่กล้าหาญที่สุด เราก็จะดึงมันกลับมาให้เหลือประมาณ 5 ปีข้างหน้า ซึ่งเป็นช่วงที่ “ใช่” และรู้สึกว่าอยู่บนขอบเขตของความเป็นไปได้จริง สิ่งนั้นไม่ได้ต้องการแค่การวิจัยพื้นฐาน เช่น โครงสร้างประชากรหรือแนวโน้มตลาดเท่านั้น แต่ยังต้องอาศัยสัญชาตญาณของนักออกแบบว่า “มันอาจจะไปได้” เราเก็บรวบรวมสัญญาณจากทุกแง่มุมของการใช้ชีวิต ตั้งแต่อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ไปจนถึงที่อยู่อาศัย ที่ยังไม่กลายเป็นเทรนด์ แล้วระดมสมองว่าจะเลือกลงทุนกับสัญญาณใด จากจุดนั้นแนวคิดใหม่ๆ จึงถือกำเนิดขึ้น
ในการพัฒนาคอนเซ็ปต์คาร์ “IMV Origin” สำหรับประเทศเกิดใหม่ในแอฟริกา ทีมงานได้ลงพื้นที่จริงไปยังชุมชนชาวมาไซในแอฟริกา การทำ Genchi Genbutsu หรือ “ไปดูด้วยตาตัวเอง” เพื่อทำการวิจัยในพื้นที่จริง การลงไปสัมผัสชีวิตจริงกลายเป็นกุญแจสำคัญในการค้นหาอนาคตที่เชื่อได้
อนาคตของการเดินทาง
เสน่ห์พื้นฐานของรถยนต์ ไม่ว่าจะเป็นความเท่และความงามของรถยนต์ในฐานะพาหนะที่มีสี่ล้อจะยังคงอยู่ต่อไป แต่บางสิ่งจำเป็นต้องเปลี่ยนแปลง หนึ่งในนั้นคือ “ต้นทุน” เราจะสามารถทำให้รถเป็นเครื่องมือที่เข้าถึงได้ง่ายขึ้น มีต้นทุนต่ำลง เช่นเดียวกับ Corolla รุ่นแรก Toyota ต้องการทำให้รถยนต์กลับมาเข้าถึงผู้คนได้มากขึ้นอีกครั้ง ในยุคที่รถยนต์มีราคาสูงขึ้นเรื่อยๆ ผมจึงตั้งคำถามว่า เราจะสามารถนำความรู้สึกใกล้ชิด คุ้นเคยแบบเดิมกลับมาได้อีกครั้งหรือเปล่า
อีกประเด็นหนึ่งคือ การรองรับความหลากหลายของผู้ใช้งาน เพื่อตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลายมากขึ้นทั่วโลก การมีไลน์อัปที่ถูกแบ่งย่อยอย่างละเอียดขึ้น เพื่อให้ทุกคนสามารถค้นหาสิ่งที่ “ใช่” สำหรับตัวเองได้อย่างแน่นอน รวมถึงวิธีการทำงานของเราเองก็ต้องพัฒนาไป เพื่อไม่ให้มีใครถูกทิ้งไว้ข้างหลัง
สำหรับการพัฒนาในระดับโลก พร้อมกันนั้น Toyota เดินหน้าสู่ความเป็นกลางทางคาร์บอน (CN) ผ่านแนวคิด “Multi-Pathway” โดยไม่จำกัดตัวเองไว้แค่รถยนต์ไฟฟ้า แต่เลือกนำเสนอระบบขับเคลื่อนหลากหลายรูปแบบ ทั้งเครื่องยนต์สันดาป ไฮบริด เซลล์เชื้อเพลิง (FCV) และไฮโดรเจน เพราะศัตรูที่แท้จริงคือก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO₂)
ตัวอย่างเช่น ในบางภูมิภาค EV อาจได้เปรียบ แต่ในบางกรณี การผลิตแบตเตอรี่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้ามหาศาล และขึ้นอยู่กับโครงสร้างแหล่งพลังงานของแต่ละประเทศ หรือในพื้นที่ที่น้ำมันยังมีราคาถูก รถไฮบริดอาจวิ่งได้ไกลกว่า และในภาพรวมอาจปล่อย CO₂ น้อยกว่า เราจึงพิจารณาวิธีการลดการปล่อยคาร์บอนที่เหมาะสมที่สุด ตามองค์ประกอบ สภาพแวดล้อม และสถานการณ์ของแต่ละประเทศและภูมิภาค
ภารกิจของ Toyota คือการมอบระบบขับเคลื่อนที่หลากหลาย งานของเราเริ่มต้นจาก “รถยนต์” และเชื่อมโยงไปสู่การมอบการเดินทางที่ทำให้ชีวิตสะดวกสบายและสมบูรณ์ยิ่งขึ้น จากนี้ไป ด้วยปรัชญานี้ เราต้องการเดินหน้าถ่ายทอดและสร้างรูปธรรมของ “อนาคตที่เชื่อได้” ต่อไป

หลังจากสำเร็จการศึกษาจากแผนกออกแบบ โรงเรียนเทคนิคไอจิ ในปี 1991 เขาได้เข้าร่วมงานกับบริษัท และมีส่วนร่วมในการออกแบบภายในของรถยนต์หลายรุ่น อาทิ VITZ รุ่นแรก, AURIS รุ่นแรก, AYGO รุ่นแรก, IQ, รถโชว์ JAPAN TAXI และ GRANACE
ในช่วงระหว่างปี 2008–2011 เขาได้ไปประจำการที่ยุโรป ต่อมาในปี 2015 เขาได้รับตำแหน่ง Project Chief Designer ของ YARIS รุ่นปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งผู้จัดการแผนกออกแบบภายในในปี 2017 และตั้งแต่ปี 2021 เป็นต้นมา ได้ดำรงตำแหน่ง General Manager ของ Vision Design Division
© 2026 TOYOTA MOTOR CORPORATION. All Rights Reserved.
ดูสินค้าทั้งหมด



