ยูนิโคล่เดินหน้าแบ่งปันความอบอุ่นอย่างต่อเนื่องในประเทศมอลโดวาภายใต้โครงการ ‘The Heart of LifeWear’ ส่งมอบไอเทมฮีทเทคให้ผู้ลี้ภัยชาวยูเครนและผู้ที่มีความเป็นอยู่แร้นแค้น
Jan 14, 2026
LifeWear
ในฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2024 ยูนิโคล่ได้เปิดตัว The Heart of LifeWear ซึ่งเป็นโครงการที่แจกจ่ายไอเทมฮีทเทคจำนวน 1 ล้านชิ้นและเสื้อผ้าอื่นๆ ให้กับผู้ลี้ภัย เด็ก เหยื่อจากเหตุการณ์ภัยพิบัติ และผู้คนที่เปราะบางทั่วทุกมุมโลก และในปี 2025 UNIQLO ยังคงเดินหน้าสานต่อโครงการด้วยการบริจาคเสื้อผ้าใหม่เพิ่มอีก 1 ล้านชิ้นทั่วโลก
ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2025 ถือเป็นกิจกรรมด้านมนุษยธรรมครั้งที่สี่ในประเทศมอลโดวาของ UNIQLO Europe ร่วมกับพันธมิตรเก่าแก่ Goods for Good, Hope4 on the ground และสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) อันเป็นพันธมิตรระดับโลก โดยยูนิโคล่ได้บริจาคเสื้อผ้ากันหนาวฮีทเทคจำนวน 20,000 ชิ้นผ่านโครงการริเริ่ม "The Heart of LifeWear" ให้กับประเทศมอลโดวามาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปีแล้ว
มอลโดวาถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในทวีปยุโรป โดยก่อนที่ฤดูหนาวจะมาถึง Chris Lomas ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Hope4 ได้อธิบายให้ฟังถึงความเลวร้ายของสถานการณ์ว่า
"ประเทศมอลโดวาต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่มีความรุนแรงในย่านชานเมืองที่มีอัตราความยากจนพุ่งสูงเกือบ 50% เด็กมากกว่า 600,000 คนได้รับผลกระทบจากความยากกจน และมีอีกนับหมื่นคนที่เติบโตขึ้นมาโดยมีพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่ง หรือทั้งสองคน ไปทำงานอยู่ต่างประเทศ และมอลโดวายังเป็นประเทศที่มีอัตราส่วนผู้ลี้ภัยเทียบต่อประชากรสูงที่สุดแห่งหนึ่งด้วย เรารู้สึกขอบคุณในการสนับสนุนอย่างไม่ลดละในทุกๆ ปีจากยูนิโคล่ เพื่อนำความอบอุ่นและรอยยิ้มมาให้ครอบครัวมากมายทั่วประเทศ"
เมื่อทราบถึงสถานการณ์ UNIQLO Europe จึงได้บริจาคไอเทมฮีทเทค 10,000 ชิ้นในปี 2024 ผ่านโครงการริเริ่ม "The Heart of LifeWear" เพื่อมอบความอุ่นสบายให้กับผู้ลี้ภัยและครอบครัวในท้องถิ่นที่กำลังเผชิญกับความยากลำบาก นอกจากการบริจาคไอเทมฮีทเทค 10,000 ชิ้นเพิ่มเติมในปีนี้แล้ว ยูนิโคล่ยังได้บริจาครถตู้หนึ่งคัน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทั่วประเทศมอลโดวา โดยรถตู้คันนี้จะทำให้การช่วยเหลือสามารถส่งตรงไปยังพื้นที่ห่างไกลได้มากยิ่งขึ้น เมื่อทบทวนถึงการมาเยือนและการบริจาครถตู้ในครั้งนี้ Rosalind Bluestone MBE ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Goods For Good ได้กล่าวว่า
"ตั้งแต่ที่ได้มาเยือนและทำงานในประเทศมอลโดวาตั้งแต่ปี 2005 ฉันรู้สึกสะเทือนใจอย่างมากที่ได้เห็นความแร้นแค้นที่รุนแรงเช่นนี้ ชุมชนมีความอบอุ่น เปิดกว้าง และแสดงความขอบคุณอย่างยิ่งต่อทุกการสนับสนุนที่ได้รับ ในปัจจุบัน การหลั่งไหลเข้ามาของผู้ลี้ภัยชาวยูเครนทำให้มีความต้องการความช่วยเหลือเพิ่มมากขึ้น การส่งมอบสิ่งของจำเป็นโดย Goods For Good จึงเป็นกลไกสำคัญในการค้ำจุนชีวิตผู้ได้รับผลกระทบ การมาเยือนในครั้งนี้ทำให้เราได้เห็นถึงความสิ้นหวังอย่างชัดเจน รถตู้คันใหม่นี้จึงเป็นมากกว่าแค่ยานพาหนะ แต่เป็นสิ่งที่นำพาความหวังเพื่อให้มั่นใจว่าการช่วยเหลือด้านเสื้อผ้าและสิ่งของจำเป็นจะเข้าถึงครอบครัว ผู้สูงอายุผู้รับบำนาญ และผู้พลัดถิ่นทั่วประเทศ แม้จะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่สุด"
ตลอดภารกิจ 3 วัน ทีมงานของยูนิโคล่ได้มอบเสื้อผ้านับพันชิ้นและได้มีปฏิสัมพันธ์กับชุมชนท้องถิ่นโดยตรง พวกเขาได้ไปเยือนคลังสินค้าสำหรับแจกจ่ายเสื้อผ้า โรงเรียนในท้องถิ่น ครอบครัวต่างๆ จนถึงบ้านเด็กกำพร้าใน Chisinau และบริเวณโดยรอบ การมาเยือนในครั้งนี้เต็มไปด้วยกิจกรรมที่สร้างความประทับใจ อาทิเช่น การที่เยาวชนได้ถ่ายทอดความหวังและความฝันในอนาคตลงบนหัวใจกระดาษ ท่ามกลางข้อความรูปหัวใจเหล่านั้น มีคำว่า "สันติภาพ" และ "การมีงานทำหลังเรียนจบ" ซึ่งเป็นสิ่งที่เยาวชนเหล่านี้ทำได้เพียงฝันถึง ในขณะที่พวกเราในพื้นที่อื่นของยุโรปกลับมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เด็กๆ ได้เรียนรู้วิธีพับหัวใจโอริกามิ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ก้าวข้ามกำแพงด้านภาษา และนำความสุขมาให้ได้แม้ในวันที่หม่นหมองที่สุด
ฮีทเทคถูกแจกจ่ายให้กับทีมฟุตบอลหลังเลิกเรียนใน Tiganesti ซึ่งเด็กผู้ชายต่างสนุกกับการเปลี่ยนมาใส่เสื้อฮีทเทคเพื่อเล่นฟุตบอลท่ามกลางอากาศเย็นบนสนามกลางแจ้ง เด็กๆ ใน Tiganesti ต่างมาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อยในเขตชานเมืองของมอลโดวา ซึ่งมีฤดูหนาวที่โหดร้ายและมีอุณหภูมิต่ำถึง -15°C เนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงสถานที่ฝึกกีฬาภายในอาคารได้ พวกเขาจึงต้องฝึกซ้อมกลางแจ้งตลอดช่วงฤดูหนาว ฮีทเทคให้ความอุ่นสบาย ช่วยให้พวกเขายังคงมีสุขภาพแข็งแรง กระฉับกระเฉง และสามารถเล่นกีฬาได้ต่อไป แม้ต้องเผชิญกับความหนาวเย็นอย่างรุนแรง
บางครอบครัวรู้สึกซาบซึ้งใจที่ได้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยของพนักงานจากยูนิโคล่กลับมาอีกครั้ง โดยมีการโอบกอดทักทายและพูดคุยเพื่ออัปเดตสารทุกข์สุขดิบกัน Maria Le Dous หัวหน้าฝ่ายความยั่งยืนที่ UNIQLO Europe กล่าวว่า
"เด็กผู้หญิงบางคนบางฉันว่า "ฉันดีใจจังเลยที่คุณกลับมาและไม่ได้ลืมเรา" การได้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยช่วยสร้างความมั่นใจและความรู้สึกต่อเนื่องให้กับพวกเขา พวกเขาลืมสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ไปชั่วขณะหนึ่ง พวกเราได้ร้องเพลงและหัวเราะไปด้วยกัน และในช่วงเวลานั้นเองที่ให้คุณได้รู้ว่ายังมีความหวังอยู่"
โครงการนี้เน้นย้ำถึงพันธกิจอย่างต่อเนื่องของยูนิโคล่ในด้านมนุษยธรรม สะท้อนความเชื่อมั่นของแบรนด์ต่อพลังของ LifeWear ที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิต คืนศักดิ์ศรี และจุดประกายความหวังอย่างยั่งยืนให้กับชุมชนที่อยู่ในภาวะเปราะบางได้
■ เกี่ยวกับ The Heart of LifeWear
‘The Heart of LifeWear’ โครงการริเริ่มที่ยูนิโคล่จัดตั้งขึ้นมีจุดประสงค์เพื่อตอบคำถามที่ว่า 'สิ่งใดที่จะช่วยให้ชีวิตดีขึ้น' และตั้งคำถามว่า ในโอกาสครบรอบ 40 ปีของแบรนด์ ยูนิโคล่จะสามารถดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพิ่มเติมในการมีส่วนร่วมต่อสังคมผ่านแนวคิด LifeWear ได้อย่างไร
ในโครงการริเริ่ม The Heart of LifeWear ประจำซีซันปี 2024 ยูนิโคล่ได้บริจาคไอเทมฮีทเทคจำนวน 500,000 ชิ้น ให้แก่ผู้เดินทางกลับประเทศในซีเรียตามคำขอจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ซึ่งยูนิโคล่เป็นพันธมิตรของหน่วยงานดังกล่าวในระดับโลก นอกจากนี้ โปรเจกต์บริจาคของยูนิโคล่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ยังได้ส่งมอบเสื้อผ้ามากกว่า 500,000 ชิ้น ให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ รวมถึงผู้ประสบภัยพิบัติ ผู้ไร้ที่อยู่อาศัย และกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางสังคมอื่นๆ
ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2025 ถือเป็นกิจกรรมด้านมนุษยธรรมครั้งที่สี่ในประเทศมอลโดวาของ UNIQLO Europe ร่วมกับพันธมิตรเก่าแก่ Goods for Good, Hope4 on the ground และสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) อันเป็นพันธมิตรระดับโลก โดยยูนิโคล่ได้บริจาคเสื้อผ้ากันหนาวฮีทเทคจำนวน 20,000 ชิ้นผ่านโครงการริเริ่ม "The Heart of LifeWear" ให้กับประเทศมอลโดวามาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปีแล้ว
มอลโดวาถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในทวีปยุโรป โดยก่อนที่ฤดูหนาวจะมาถึง Chris Lomas ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Hope4 ได้อธิบายให้ฟังถึงความเลวร้ายของสถานการณ์ว่า
"ประเทศมอลโดวาต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่มีความรุนแรงในย่านชานเมืองที่มีอัตราความยากจนพุ่งสูงเกือบ 50% เด็กมากกว่า 600,000 คนได้รับผลกระทบจากความยากกจน และมีอีกนับหมื่นคนที่เติบโตขึ้นมาโดยมีพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่ง หรือทั้งสองคน ไปทำงานอยู่ต่างประเทศ และมอลโดวายังเป็นประเทศที่มีอัตราส่วนผู้ลี้ภัยเทียบต่อประชากรสูงที่สุดแห่งหนึ่งด้วย เรารู้สึกขอบคุณในการสนับสนุนอย่างไม่ลดละในทุกๆ ปีจากยูนิโคล่ เพื่อนำความอบอุ่นและรอยยิ้มมาให้ครอบครัวมากมายทั่วประเทศ"


เมื่อทราบถึงสถานการณ์ UNIQLO Europe จึงได้บริจาคไอเทมฮีทเทค 10,000 ชิ้นในปี 2024 ผ่านโครงการริเริ่ม "The Heart of LifeWear" เพื่อมอบความอุ่นสบายให้กับผู้ลี้ภัยและครอบครัวในท้องถิ่นที่กำลังเผชิญกับความยากลำบาก นอกจากการบริจาคไอเทมฮีทเทค 10,000 ชิ้นเพิ่มเติมในปีนี้แล้ว ยูนิโคล่ยังได้บริจาครถตู้หนึ่งคัน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทั่วประเทศมอลโดวา โดยรถตู้คันนี้จะทำให้การช่วยเหลือสามารถส่งตรงไปยังพื้นที่ห่างไกลได้มากยิ่งขึ้น เมื่อทบทวนถึงการมาเยือนและการบริจาครถตู้ในครั้งนี้ Rosalind Bluestone MBE ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Goods For Good ได้กล่าวว่า
"ตั้งแต่ที่ได้มาเยือนและทำงานในประเทศมอลโดวาตั้งแต่ปี 2005 ฉันรู้สึกสะเทือนใจอย่างมากที่ได้เห็นความแร้นแค้นที่รุนแรงเช่นนี้ ชุมชนมีความอบอุ่น เปิดกว้าง และแสดงความขอบคุณอย่างยิ่งต่อทุกการสนับสนุนที่ได้รับ ในปัจจุบัน การหลั่งไหลเข้ามาของผู้ลี้ภัยชาวยูเครนทำให้มีความต้องการความช่วยเหลือเพิ่มมากขึ้น การส่งมอบสิ่งของจำเป็นโดย Goods For Good จึงเป็นกลไกสำคัญในการค้ำจุนชีวิตผู้ได้รับผลกระทบ การมาเยือนในครั้งนี้ทำให้เราได้เห็นถึงความสิ้นหวังอย่างชัดเจน รถตู้คันใหม่นี้จึงเป็นมากกว่าแค่ยานพาหนะ แต่เป็นสิ่งที่นำพาความหวังเพื่อให้มั่นใจว่าการช่วยเหลือด้านเสื้อผ้าและสิ่งของจำเป็นจะเข้าถึงครอบครัว ผู้สูงอายุผู้รับบำนาญ และผู้พลัดถิ่นทั่วประเทศ แม้จะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่สุด"


ตลอดภารกิจ 3 วัน ทีมงานของยูนิโคล่ได้มอบเสื้อผ้านับพันชิ้นและได้มีปฏิสัมพันธ์กับชุมชนท้องถิ่นโดยตรง พวกเขาได้ไปเยือนคลังสินค้าสำหรับแจกจ่ายเสื้อผ้า โรงเรียนในท้องถิ่น ครอบครัวต่างๆ จนถึงบ้านเด็กกำพร้าใน Chisinau และบริเวณโดยรอบ การมาเยือนในครั้งนี้เต็มไปด้วยกิจกรรมที่สร้างความประทับใจ อาทิเช่น การที่เยาวชนได้ถ่ายทอดความหวังและความฝันในอนาคตลงบนหัวใจกระดาษ ท่ามกลางข้อความรูปหัวใจเหล่านั้น มีคำว่า "สันติภาพ" และ "การมีงานทำหลังเรียนจบ" ซึ่งเป็นสิ่งที่เยาวชนเหล่านี้ทำได้เพียงฝันถึง ในขณะที่พวกเราในพื้นที่อื่นของยุโรปกลับมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เด็กๆ ได้เรียนรู้วิธีพับหัวใจโอริกามิ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ก้าวข้ามกำแพงด้านภาษา และนำความสุขมาให้ได้แม้ในวันที่หม่นหมองที่สุด




ฮีทเทคถูกแจกจ่ายให้กับทีมฟุตบอลหลังเลิกเรียนใน Tiganesti ซึ่งเด็กผู้ชายต่างสนุกกับการเปลี่ยนมาใส่เสื้อฮีทเทคเพื่อเล่นฟุตบอลท่ามกลางอากาศเย็นบนสนามกลางแจ้ง เด็กๆ ใน Tiganesti ต่างมาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อยในเขตชานเมืองของมอลโดวา ซึ่งมีฤดูหนาวที่โหดร้ายและมีอุณหภูมิต่ำถึง -15°C เนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงสถานที่ฝึกกีฬาภายในอาคารได้ พวกเขาจึงต้องฝึกซ้อมกลางแจ้งตลอดช่วงฤดูหนาว ฮีทเทคให้ความอุ่นสบาย ช่วยให้พวกเขายังคงมีสุขภาพแข็งแรง กระฉับกระเฉง และสามารถเล่นกีฬาได้ต่อไป แม้ต้องเผชิญกับความหนาวเย็นอย่างรุนแรง


บางครอบครัวรู้สึกซาบซึ้งใจที่ได้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยของพนักงานจากยูนิโคล่กลับมาอีกครั้ง โดยมีการโอบกอดทักทายและพูดคุยเพื่ออัปเดตสารทุกข์สุขดิบกัน Maria Le Dous หัวหน้าฝ่ายความยั่งยืนที่ UNIQLO Europe กล่าวว่า
"เด็กผู้หญิงบางคนบางฉันว่า "ฉันดีใจจังเลยที่คุณกลับมาและไม่ได้ลืมเรา" การได้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยช่วยสร้างความมั่นใจและความรู้สึกต่อเนื่องให้กับพวกเขา พวกเขาลืมสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ไปชั่วขณะหนึ่ง พวกเราได้ร้องเพลงและหัวเราะไปด้วยกัน และในช่วงเวลานั้นเองที่ให้คุณได้รู้ว่ายังมีความหวังอยู่"


โครงการนี้เน้นย้ำถึงพันธกิจอย่างต่อเนื่องของยูนิโคล่ในด้านมนุษยธรรม สะท้อนความเชื่อมั่นของแบรนด์ต่อพลังของ LifeWear ที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิต คืนศักดิ์ศรี และจุดประกายความหวังอย่างยั่งยืนให้กับชุมชนที่อยู่ในภาวะเปราะบางได้
■ เกี่ยวกับ The Heart of LifeWear
‘The Heart of LifeWear’ โครงการริเริ่มที่ยูนิโคล่จัดตั้งขึ้นมีจุดประสงค์เพื่อตอบคำถามที่ว่า 'สิ่งใดที่จะช่วยให้ชีวิตดีขึ้น' และตั้งคำถามว่า ในโอกาสครบรอบ 40 ปีของแบรนด์ ยูนิโคล่จะสามารถดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพิ่มเติมในการมีส่วนร่วมต่อสังคมผ่านแนวคิด LifeWear ได้อย่างไร
ในโครงการริเริ่ม The Heart of LifeWear ประจำซีซันปี 2024 ยูนิโคล่ได้บริจาคไอเทมฮีทเทคจำนวน 500,000 ชิ้น ให้แก่ผู้เดินทางกลับประเทศในซีเรียตามคำขอจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ซึ่งยูนิโคล่เป็นพันธมิตรของหน่วยงานดังกล่าวในระดับโลก นอกจากนี้ โปรเจกต์บริจาคของยูนิโคล่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ยังได้ส่งมอบเสื้อผ้ามากกว่า 500,000 ชิ้น ให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ รวมถึงผู้ประสบภัยพิบัติ ผู้ไร้ที่อยู่อาศัย และกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางสังคมอื่นๆ
ในฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2024 ยูนิโคล่ได้เปิดตัว The Heart of LifeWear ซึ่งเป็นโครงการที่แจกจ่ายไอเทมฮีทเทคจำนวน 1 ล้านชิ้นและเสื้อผ้าอื่นๆ ให้กับผู้ลี้ภัย เด็ก เหยื่อจากเหตุการณ์ภัยพิบัติ และผู้คนที่เปราะบางทั่วทุกมุมโลก และในปี 2025 UNIQLO ยังคงเดินหน้าสานต่อโครงการด้วยการบริจาคเสื้อผ้าใหม่เพิ่มอีก 1 ล้านชิ้นทั่วโลก
ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2025 ถือเป็นกิจกรรมด้านมนุษยธรรมครั้งที่สี่ในประเทศมอลโดวาของ UNIQLO Europe ร่วมกับพันธมิตรเก่าแก่ Goods for Good, Hope4 on the ground และสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) อันเป็นพันธมิตรระดับโลก โดยยูนิโคล่ได้บริจาคเสื้อผ้ากันหนาวฮีทเทคจำนวน 20,000 ชิ้นผ่านโครงการริเริ่ม "The Heart of LifeWear" ให้กับประเทศมอลโดวามาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปีแล้ว
มอลโดวาถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในทวีปยุโรป โดยก่อนที่ฤดูหนาวจะมาถึง Chris Lomas ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Hope4 ได้อธิบายให้ฟังถึงความเลวร้ายของสถานการณ์ว่า
"ประเทศมอลโดวาต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่มีความรุนแรงในย่านชานเมืองที่มีอัตราความยากจนพุ่งสูงเกือบ 50% เด็กมากกว่า 600,000 คนได้รับผลกระทบจากความยากกจน และมีอีกนับหมื่นคนที่เติบโตขึ้นมาโดยมีพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่ง หรือทั้งสองคน ไปทำงานอยู่ต่างประเทศ และมอลโดวายังเป็นประเทศที่มีอัตราส่วนผู้ลี้ภัยเทียบต่อประชากรสูงที่สุดแห่งหนึ่งด้วย เรารู้สึกขอบคุณในการสนับสนุนอย่างไม่ลดละในทุกๆ ปีจากยูนิโคล่ เพื่อนำความอบอุ่นและรอยยิ้มมาให้ครอบครัวมากมายทั่วประเทศ"
เมื่อทราบถึงสถานการณ์ UNIQLO Europe จึงได้บริจาคไอเทมฮีทเทค 10,000 ชิ้นในปี 2024 ผ่านโครงการริเริ่ม "The Heart of LifeWear" เพื่อมอบความอุ่นสบายให้กับผู้ลี้ภัยและครอบครัวในท้องถิ่นที่กำลังเผชิญกับความยากลำบาก นอกจากการบริจาคไอเทมฮีทเทค 10,000 ชิ้นเพิ่มเติมในปีนี้แล้ว ยูนิโคล่ยังได้บริจาครถตู้หนึ่งคัน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทั่วประเทศมอลโดวา โดยรถตู้คันนี้จะทำให้การช่วยเหลือสามารถส่งตรงไปยังพื้นที่ห่างไกลได้มากยิ่งขึ้น เมื่อทบทวนถึงการมาเยือนและการบริจาครถตู้ในครั้งนี้ Rosalind Bluestone MBE ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Goods For Good ได้กล่าวว่า
"ตั้งแต่ที่ได้มาเยือนและทำงานในประเทศมอลโดวาตั้งแต่ปี 2005 ฉันรู้สึกสะเทือนใจอย่างมากที่ได้เห็นความแร้นแค้นที่รุนแรงเช่นนี้ ชุมชนมีความอบอุ่น เปิดกว้าง และแสดงความขอบคุณอย่างยิ่งต่อทุกการสนับสนุนที่ได้รับ ในปัจจุบัน การหลั่งไหลเข้ามาของผู้ลี้ภัยชาวยูเครนทำให้มีความต้องการความช่วยเหลือเพิ่มมากขึ้น การส่งมอบสิ่งของจำเป็นโดย Goods For Good จึงเป็นกลไกสำคัญในการค้ำจุนชีวิตผู้ได้รับผลกระทบ การมาเยือนในครั้งนี้ทำให้เราได้เห็นถึงความสิ้นหวังอย่างชัดเจน รถตู้คันใหม่นี้จึงเป็นมากกว่าแค่ยานพาหนะ แต่เป็นสิ่งที่นำพาความหวังเพื่อให้มั่นใจว่าการช่วยเหลือด้านเสื้อผ้าและสิ่งของจำเป็นจะเข้าถึงครอบครัว ผู้สูงอายุผู้รับบำนาญ และผู้พลัดถิ่นทั่วประเทศ แม้จะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่สุด"
ตลอดภารกิจ 3 วัน ทีมงานของยูนิโคล่ได้มอบเสื้อผ้านับพันชิ้นและได้มีปฏิสัมพันธ์กับชุมชนท้องถิ่นโดยตรง พวกเขาได้ไปเยือนคลังสินค้าสำหรับแจกจ่ายเสื้อผ้า โรงเรียนในท้องถิ่น ครอบครัวต่างๆ จนถึงบ้านเด็กกำพร้าใน Chisinau และบริเวณโดยรอบ การมาเยือนในครั้งนี้เต็มไปด้วยกิจกรรมที่สร้างความประทับใจ อาทิเช่น การที่เยาวชนได้ถ่ายทอดความหวังและความฝันในอนาคตลงบนหัวใจกระดาษ ท่ามกลางข้อความรูปหัวใจเหล่านั้น มีคำว่า "สันติภาพ" และ "การมีงานทำหลังเรียนจบ" ซึ่งเป็นสิ่งที่เยาวชนเหล่านี้ทำได้เพียงฝันถึง ในขณะที่พวกเราในพื้นที่อื่นของยุโรปกลับมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เด็กๆ ได้เรียนรู้วิธีพับหัวใจโอริกามิ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ก้าวข้ามกำแพงด้านภาษา และนำความสุขมาให้ได้แม้ในวันที่หม่นหมองที่สุด
ฮีทเทคถูกแจกจ่ายให้กับทีมฟุตบอลหลังเลิกเรียนใน Tiganesti ซึ่งเด็กผู้ชายต่างสนุกกับการเปลี่ยนมาใส่เสื้อฮีทเทคเพื่อเล่นฟุตบอลท่ามกลางอากาศเย็นบนสนามกลางแจ้ง เด็กๆ ใน Tiganesti ต่างมาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อยในเขตชานเมืองของมอลโดวา ซึ่งมีฤดูหนาวที่โหดร้ายและมีอุณหภูมิต่ำถึง -15°C เนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงสถานที่ฝึกกีฬาภายในอาคารได้ พวกเขาจึงต้องฝึกซ้อมกลางแจ้งตลอดช่วงฤดูหนาว ฮีทเทคให้ความอุ่นสบาย ช่วยให้พวกเขายังคงมีสุขภาพแข็งแรง กระฉับกระเฉง และสามารถเล่นกีฬาได้ต่อไป แม้ต้องเผชิญกับความหนาวเย็นอย่างรุนแรง
บางครอบครัวรู้สึกซาบซึ้งใจที่ได้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยของพนักงานจากยูนิโคล่กลับมาอีกครั้ง โดยมีการโอบกอดทักทายและพูดคุยเพื่ออัปเดตสารทุกข์สุขดิบกัน Maria Le Dous หัวหน้าฝ่ายความยั่งยืนที่ UNIQLO Europe กล่าวว่า
"เด็กผู้หญิงบางคนบางฉันว่า "ฉันดีใจจังเลยที่คุณกลับมาและไม่ได้ลืมเรา" การได้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยช่วยสร้างความมั่นใจและความรู้สึกต่อเนื่องให้กับพวกเขา พวกเขาลืมสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ไปชั่วขณะหนึ่ง พวกเราได้ร้องเพลงและหัวเราะไปด้วยกัน และในช่วงเวลานั้นเองที่ให้คุณได้รู้ว่ายังมีความหวังอยู่"
โครงการนี้เน้นย้ำถึงพันธกิจอย่างต่อเนื่องของยูนิโคล่ในด้านมนุษยธรรม สะท้อนความเชื่อมั่นของแบรนด์ต่อพลังของ LifeWear ที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิต คืนศักดิ์ศรี และจุดประกายความหวังอย่างยั่งยืนให้กับชุมชนที่อยู่ในภาวะเปราะบางได้
■ เกี่ยวกับ The Heart of LifeWear
‘The Heart of LifeWear’ โครงการริเริ่มที่ยูนิโคล่จัดตั้งขึ้นมีจุดประสงค์เพื่อตอบคำถามที่ว่า 'สิ่งใดที่จะช่วยให้ชีวิตดีขึ้น' และตั้งคำถามว่า ในโอกาสครบรอบ 40 ปีของแบรนด์ ยูนิโคล่จะสามารถดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพิ่มเติมในการมีส่วนร่วมต่อสังคมผ่านแนวคิด LifeWear ได้อย่างไร
ในโครงการริเริ่ม The Heart of LifeWear ประจำซีซันปี 2024 ยูนิโคล่ได้บริจาคไอเทมฮีทเทคจำนวน 500,000 ชิ้น ให้แก่ผู้เดินทางกลับประเทศในซีเรียตามคำขอจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ซึ่งยูนิโคล่เป็นพันธมิตรของหน่วยงานดังกล่าวในระดับโลก นอกจากนี้ โปรเจกต์บริจาคของยูนิโคล่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ยังได้ส่งมอบเสื้อผ้ามากกว่า 500,000 ชิ้น ให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ รวมถึงผู้ประสบภัยพิบัติ ผู้ไร้ที่อยู่อาศัย และกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางสังคมอื่นๆ
ในวันที่ 4 พฤศจิกายน 2025 ถือเป็นกิจกรรมด้านมนุษยธรรมครั้งที่สี่ในประเทศมอลโดวาของ UNIQLO Europe ร่วมกับพันธมิตรเก่าแก่ Goods for Good, Hope4 on the ground และสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) อันเป็นพันธมิตรระดับโลก โดยยูนิโคล่ได้บริจาคเสื้อผ้ากันหนาวฮีทเทคจำนวน 20,000 ชิ้นผ่านโครงการริเริ่ม "The Heart of LifeWear" ให้กับประเทศมอลโดวามาอย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 2 ปีแล้ว
มอลโดวาถือเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในทวีปยุโรป โดยก่อนที่ฤดูหนาวจะมาถึง Chris Lomas ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Hope4 ได้อธิบายให้ฟังถึงความเลวร้ายของสถานการณ์ว่า
"ประเทศมอลโดวาต้องการความช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะช่วงฤดูหนาวที่มีความรุนแรงในย่านชานเมืองที่มีอัตราความยากจนพุ่งสูงเกือบ 50% เด็กมากกว่า 600,000 คนได้รับผลกระทบจากความยากกจน และมีอีกนับหมื่นคนที่เติบโตขึ้นมาโดยมีพ่อหรือแม่คนใดคนหนึ่ง หรือทั้งสองคน ไปทำงานอยู่ต่างประเทศ และมอลโดวายังเป็นประเทศที่มีอัตราส่วนผู้ลี้ภัยเทียบต่อประชากรสูงที่สุดแห่งหนึ่งด้วย เรารู้สึกขอบคุณในการสนับสนุนอย่างไม่ลดละในทุกๆ ปีจากยูนิโคล่ เพื่อนำความอบอุ่นและรอยยิ้มมาให้ครอบครัวมากมายทั่วประเทศ"
เมื่อทราบถึงสถานการณ์ UNIQLO Europe จึงได้บริจาคไอเทมฮีทเทค 10,000 ชิ้นในปี 2024 ผ่านโครงการริเริ่ม "The Heart of LifeWear" เพื่อมอบความอุ่นสบายให้กับผู้ลี้ภัยและครอบครัวในท้องถิ่นที่กำลังเผชิญกับความยากลำบาก นอกจากการบริจาคไอเทมฮีทเทค 10,000 ชิ้นเพิ่มเติมในปีนี้แล้ว ยูนิโคล่ยังได้บริจาครถตู้หนึ่งคัน เพื่อเสริมสร้างขีดความสามารถในการส่งมอบความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทั่วประเทศมอลโดวา โดยรถตู้คันนี้จะทำให้การช่วยเหลือสามารถส่งตรงไปยังพื้นที่ห่างไกลได้มากยิ่งขึ้น เมื่อทบทวนถึงการมาเยือนและการบริจาครถตู้ในครั้งนี้ Rosalind Bluestone MBE ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและผู้ก่อตั้ง Goods For Good ได้กล่าวว่า
"ตั้งแต่ที่ได้มาเยือนและทำงานในประเทศมอลโดวาตั้งแต่ปี 2005 ฉันรู้สึกสะเทือนใจอย่างมากที่ได้เห็นความแร้นแค้นที่รุนแรงเช่นนี้ ชุมชนมีความอบอุ่น เปิดกว้าง และแสดงความขอบคุณอย่างยิ่งต่อทุกการสนับสนุนที่ได้รับ ในปัจจุบัน การหลั่งไหลเข้ามาของผู้ลี้ภัยชาวยูเครนทำให้มีความต้องการความช่วยเหลือเพิ่มมากขึ้น การส่งมอบสิ่งของจำเป็นโดย Goods For Good จึงเป็นกลไกสำคัญในการค้ำจุนชีวิตผู้ได้รับผลกระทบ การมาเยือนในครั้งนี้ทำให้เราได้เห็นถึงความสิ้นหวังอย่างชัดเจน รถตู้คันใหม่นี้จึงเป็นมากกว่าแค่ยานพาหนะ แต่เป็นสิ่งที่นำพาความหวังเพื่อให้มั่นใจว่าการช่วยเหลือด้านเสื้อผ้าและสิ่งของจำเป็นจะเข้าถึงครอบครัว ผู้สูงอายุผู้รับบำนาญ และผู้พลัดถิ่นทั่วประเทศ แม้จะอยู่ในพื้นที่ห่างไกลที่สุด"
ตลอดภารกิจ 3 วัน ทีมงานของยูนิโคล่ได้มอบเสื้อผ้านับพันชิ้นและได้มีปฏิสัมพันธ์กับชุมชนท้องถิ่นโดยตรง พวกเขาได้ไปเยือนคลังสินค้าสำหรับแจกจ่ายเสื้อผ้า โรงเรียนในท้องถิ่น ครอบครัวต่างๆ จนถึงบ้านเด็กกำพร้าใน Chisinau และบริเวณโดยรอบ การมาเยือนในครั้งนี้เต็มไปด้วยกิจกรรมที่สร้างความประทับใจ อาทิเช่น การที่เยาวชนได้ถ่ายทอดความหวังและความฝันในอนาคตลงบนหัวใจกระดาษ ท่ามกลางข้อความรูปหัวใจเหล่านั้น มีคำว่า "สันติภาพ" และ "การมีงานทำหลังเรียนจบ" ซึ่งเป็นสิ่งที่เยาวชนเหล่านี้ทำได้เพียงฝันถึง ในขณะที่พวกเราในพื้นที่อื่นของยุโรปกลับมองว่าเป็นเรื่องธรรมดา เด็กๆ ได้เรียนรู้วิธีพับหัวใจโอริกามิ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่ก้าวข้ามกำแพงด้านภาษา และนำความสุขมาให้ได้แม้ในวันที่หม่นหมองที่สุด
ฮีทเทคถูกแจกจ่ายให้กับทีมฟุตบอลหลังเลิกเรียนใน Tiganesti ซึ่งเด็กผู้ชายต่างสนุกกับการเปลี่ยนมาใส่เสื้อฮีทเทคเพื่อเล่นฟุตบอลท่ามกลางอากาศเย็นบนสนามกลางแจ้ง เด็กๆ ใน Tiganesti ต่างมาจากครอบครัวที่มีรายได้น้อยในเขตชานเมืองของมอลโดวา ซึ่งมีฤดูหนาวที่โหดร้ายและมีอุณหภูมิต่ำถึง -15°C เนื่องจากไม่สามารถเข้าถึงสถานที่ฝึกกีฬาภายในอาคารได้ พวกเขาจึงต้องฝึกซ้อมกลางแจ้งตลอดช่วงฤดูหนาว ฮีทเทคให้ความอุ่นสบาย ช่วยให้พวกเขายังคงมีสุขภาพแข็งแรง กระฉับกระเฉง และสามารถเล่นกีฬาได้ต่อไป แม้ต้องเผชิญกับความหนาวเย็นอย่างรุนแรง
บางครอบครัวรู้สึกซาบซึ้งใจที่ได้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยของพนักงานจากยูนิโคล่กลับมาอีกครั้ง โดยมีการโอบกอดทักทายและพูดคุยเพื่ออัปเดตสารทุกข์สุขดิบกัน Maria Le Dous หัวหน้าฝ่ายความยั่งยืนที่ UNIQLO Europe กล่าวว่า
"เด็กผู้หญิงบางคนบางฉันว่า "ฉันดีใจจังเลยที่คุณกลับมาและไม่ได้ลืมเรา" การได้เห็นใบหน้าที่คุ้นเคยช่วยสร้างความมั่นใจและความรู้สึกต่อเนื่องให้กับพวกเขา พวกเขาลืมสถานการณ์ที่กำลังเผชิญอยู่ไปชั่วขณะหนึ่ง พวกเราได้ร้องเพลงและหัวเราะไปด้วยกัน และในช่วงเวลานั้นเองที่ให้คุณได้รู้ว่ายังมีความหวังอยู่"
โครงการนี้เน้นย้ำถึงพันธกิจอย่างต่อเนื่องของยูนิโคล่ในด้านมนุษยธรรม สะท้อนความเชื่อมั่นของแบรนด์ต่อพลังของ LifeWear ที่สามารถเปลี่ยนแปลงชีวิต คืนศักดิ์ศรี และจุดประกายความหวังอย่างยั่งยืนให้กับชุมชนที่อยู่ในภาวะเปราะบางได้
■ เกี่ยวกับ The Heart of LifeWear
‘The Heart of LifeWear’ โครงการริเริ่มที่ยูนิโคล่จัดตั้งขึ้นมีจุดประสงค์เพื่อตอบคำถามที่ว่า 'สิ่งใดที่จะช่วยให้ชีวิตดีขึ้น' และตั้งคำถามว่า ในโอกาสครบรอบ 40 ปีของแบรนด์ ยูนิโคล่จะสามารถดำเนินการอย่างเป็นรูปธรรมเพิ่มเติมในการมีส่วนร่วมต่อสังคมผ่านแนวคิด LifeWear ได้อย่างไร
ในโครงการริเริ่ม The Heart of LifeWear ประจำซีซันปี 2024 ยูนิโคล่ได้บริจาคไอเทมฮีทเทคจำนวน 500,000 ชิ้น ให้แก่ผู้เดินทางกลับประเทศในซีเรียตามคำขอจากสำนักงานข้าหลวงใหญ่ผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (UNHCR) ซึ่งยูนิโคล่เป็นพันธมิตรของหน่วยงานดังกล่าวในระดับโลก นอกจากนี้ โปรเจกต์บริจาคของยูนิโคล่ในประเทศต่างๆ ทั่วโลก ยังได้ส่งมอบเสื้อผ้ามากกว่า 500,000 ชิ้น ให้แก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ รวมถึงผู้ประสบภัยพิบัติ ผู้ไร้ที่อยู่อาศัย และกลุ่มผู้ด้อยโอกาสทางสังคมอื่นๆ
TOP