เคล็ดลับจากผู้เชี่ยวชาญด้านการซักรีด:
เทคนิคการดูแลรักษาเสื้อเชิ้ตลำลอง

May 08, 2019 OTHER
เพราะเราทุกคนต่างต้องการให้เสื้อผ้าชุดโปรดอยู่กับเราให้ยาวนานที่สุด และนี่คือคอลัมน์ใหม่เพื่อการดูแลรักษาเสื้อผ้าโดยเฉพาะ! สำหรับในครั้งที่ 2 นี้จะว่าด้วยเรื่องของ "เสื้อเชิ้ตลำลอง" โดยคุณ Yuichi Nakamura ผู้เชี่ยวชาญด้านการซักรีดชาวญี่ปุ่น จะมาให้คำแนะนำเกี่ยวกับวิธีรับมือกับสิ่งไม่พึงประสงค์ในแต่ละวันอย่างปัญหาคราบเหลืองบนปกเสื้อและรอยยับต่างๆ พร้อมทุกสิ่งที่ควรรู้ ตั้งแต่เทคนิคพื้นฐานในการซักรีด ไปจนถึงเคล็ดลับที่มีประโยชน์!



Yuichi Nakamura ผู้เชี่ยวชาญด้านการซักรีด

หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านการซักรีดอันดับต้นๆ ของญี่ปุ่น มีผลงานการเขียนตำราและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการซักรีดสำหรับครอบครัวชาวญี่ปุ่นมาอย่างยาวนานภายใต้วิสัยทัศน์ที่ว่า "พลิกโฉมโลกทั้งใบด้วยการซักรีด" ยิ่งกว่านั้น "เจ้าชายแห่งวงการซักรีด" ผู้นี้ยังปรากฏตัวในฐานะผู้เชี่ยวชาญตามสื่อต่างๆ อยู่เป็นประจำอีกด้วย




เสื้อเชิ้ตนั้นไม่ว่าจะซักอย่างไรก็จะเป็นรอยยับ ทำให้จำเป็นต้องรีดเพื่อลดรอยยับลง แต่หากผ้ายับมาก ไม่ว่าจะออกแรงเท่าไรก็ยังอาจมีรอยยับหลงเหลืออยู่ได้ จึงขอแนะนำวิธีซักและตากผ้าที่ช่วยลดการเกิดรอยยับลง โดยมีสิ่งสำคัญ 3 ประการที่ต้องจดจำไว้ ได้แก่


โปรแกรมการปั่นผ้าแบบมาตรฐานนั้นมักจะใช้เวลานานเกินไปสำหรับเสื้อเชิ้ต ซึ่งถ้าไม่มีการปรับเปลี่ยนใดๆ จะส่งผลให้เสื้อเกิดรอยยับมาก ดังนั้นจึงควรปรับเวลาปั่นผ้าให้สั้นลง แม้จะใช้โปรแกรมมาตรฐานก็ตาม ตัวอย่างเช่น หากโปรแกรมมาตรฐานของเครื่องระบุไว้ว่า "ซัก 10 นาที/ล้างน้ำ 2 ครั้ง/ปั่นผ้า 8 นาที" ก็ให้ปรับเป็น "ซัก 10 นาที/ล้างน้ำ 2 ครั้ง/ปั่นผ้า 1 นาที" ในกรณีที่ซักร่วมกับเสื้อผ้าอื่นๆ หลังจากหมดเวลาปั่นผ้า 1 นาทีแล้ว สามารถนำเสื้อเชิ้ตออกแล้วปั่นผ้าที่เหลือต่อไปได้



การซักเสื้อเชิ้ตจะส่งผลให้ส่วนที่เป็นรอยเย็บเกิดการหดตัวได้ง่าย โดยเฉพาะบริเวณปกเสื้อและสาบกระดุม ดังนั้นหลังจากที่ปั่นผ้าแล้ว จึงควรใช้มือยืดส่วนที่เป็นรอยเย็บออกไปตามทิศทางของรอยเย็บขณะที่ผ้ายังหมาดอยู่ นอกจากนี้ การสะบัดผ้าขึ้นลงไปมาเพื่อลดรอยยับยังช่วยเวลาที่ใช้รีดผ้าลงได้อย่างมากอีกด้วย


การซักเสื้อเชิ้ตด้วยมือในน้ำอุ่นแล้วนำไปตากโดยไม่บิดผ้า จะทำให้มีน้ำหลงเหลืออยู่ในเนื้อผ้าเป็นปริมาณมาก ซึ่งน้ำหนักของน้ำจะช่วยให้รอยยับถูกคลี่ออกได้ง่าย หากต้องการขจัดคราบสกปรก ให้ป้ายน้ำยาซักผ้าลงในจุดที่ต้องการ แล้วใช้มือขยี้ผ้า แต่หากคราบไม่ใช่เรื่องใหญ่ เพียงแค่ซักด้วยใช้น้ำอุ่นก็สามารถขจัดคราบไคลปกติออกได้ โดยเฉพาะในช่วงนี้ซึ่งมีสภาพอากาศร้อนและอุณหภูมิสูง ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับการตากผ้า


คงมีหลายคนที่ไม่ถูกกับการรีดเสื้อเชิ้ตเท่าไรนัก แต่หากได้ทราบเคล็ดลับเล็กๆ น้อยๆ ต่อไปนี้ ไม่ว่าใครก็สามารถรีดเสื้อเชิ้ตให้ดูเรียบสวยกว่าที่เคยได้ เพราะการสวมเสื้อเชิ้ตที่รีดจนเรียบไม่เพียงแต่ช่วยให้ผู้สวมใส่รู้สึกมั่นใจ แต่ยังช่วยสร้างความประทับใจให้กับผู้พบเห็นอีกด้วย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องอ่านวิธีดูแลรักษาบนป้ายข้อมูลที่ติดมากับตัวเสื้อให้เข้าใจก่อนรีด แต่แม้ว่าจะไม่มีป้ายข้อมูลดังกล่าวติดมาด้วย ขอแนะนำให้ใช้แผ่นรองรีดแบบวางบนผ้าเพื่อลดโอกาสที่จะเกิดความเสียหายกับเนื้อผ้าที่สัมผัสกับความร้อนโดยตรง



หัวใจสำคัญของการรีดผ้านั้นอยู่ที่ขั้นตอนก่อนการรีด เวลาวางเสื้อผ้าลงบนโต๊ะรีดผ้า ให้แผ่ส่วนที่จะรีดออกให้ราบที่สุด เมื่อกำหนดจุดเริ่มต้นได้แล้ว ให้ออกแรงรีดไปกลับ 1 รอบ หากรีดไปตามแนวขวางและแนวยาวโดยออกแรงไม่มากพอ จะทำให้เนื้อผ้าเกิดการย่นจนเป็นรอยยับ ทางที่ดีจึงควรกำหนดทิศทางของเตารีดให้เคลื่อนตัวได้ง่ายที่สุด



การรีดผ้าประกอบด้วยขั้นตอนพื้นฐานดังนี้ ขั้นตอนแรก ได้แก่ "การใช้ไอน้ำ" กับบริเวณที่วางแผ่ราบ ซึ่งเป็นการใช้ความร้อนและน้ำเพื่อให้เส้นใยเกิดการอ่อนนุ่มและสามารถช่วยยืดรอยยับออกได้ง่าย ขั้นตอนถัดมา ได้แก่ "การรีด" โดยใช้เตารีดรีดไปบนเนื้อผ้า ในขั้นตอนนี้จะต้องระมัดระวังเรื่องเวลาในการปล่อยไอน้ำ โดยให้ปล่อยไอน้ำออกเมื่อรีดไปข้างหน้า และหยุดปล่อยไอน้ำเมื่อรีดกลับทางเดิม โดยใช้ความร้อนจากหน้าเตากดลงไปให้แน่น เมื่อใช้ไอน้ำได้คล่องแล้วก็จะสามารถรีดรอยยับให้เรียบสวยได้โดยง่าย



หากเริ่มรีดจากส่วนที่มีพื้นที่มากก่อน อาจทำให้ส่วนที่รีดเรียบไปแล้วยับได้ขณะเลื่อนเตารีด เพื่อไม่ให้ต้องรีดใหม่อีก โดยพื้นฐานแล้ว จึงควรเริ่มรีดจากส่วนที่มีพื้นที่น้อยก่อน ในกรณีของเสื้อเชิ้ต ขอแนะนำให้รีดไปตามลำดับดังนี้ "ปกเสื้อ→สาบกระดุม→แขนเสื้อ (จากข้อมือเสื้อ→ตัวแขนเสื้อ)→ตัวเสื้อด้านหลัง→ตัวเสื้อด้านหน้า" หากรอยยับมีความลึก ให้ฉีดน้ำให้ชุ่ม แล้วใช้เตารีดนาบให้เรียบ


เมื่อเราสวมใส่เสื้อเชิ้ต ถือเป็นเรื่องปกติที่มักมีคราบที่เกิดจากเหงื่อหรือการเสียดสีติดอยู่ตามปกเสื้อหรือช่องแขนเสื้อ ซึ่งหากปล่อยไว้เป็นเวลานาน คราบดังกล่าวจะกลายเป็นสีเหลืองและจะขจัดออกได้ยาก แต่หากเพิ่มความใส่ใจสักนิดในการดูแลรักษาในแต่ละวันแล้ว ก็จะช่วยให้คงความสะอาดของเสื้อได้ง่ายยิ่งขึ้น


สำหรับคราบบนปกเสื้อและช่องแขนเสื้อนั้น แค่การซักเครื่องเพียงอย่างเดียวอาจไม่สามารถขจัดออกได้หมด ทางที่ดีจึงควรซักแยกเป็นส่วนๆ เตรียมไว้ก่อนนำเข้าเครื่องซักผ้า โดยป้ายน้ำยาซักผ้าลงบนปกเสื้อและช่องแขนเสื้อโดยตรง แล้วนำไปขยี้เบาๆ ในน้ำอุ่นอุณหภูมิประมาณ 40 องศา ซึ่งสามารถหาซื้อน้ำยาซักผ้าสำหรับแต่ละส่วนโดยเฉพาะมาใช้ได้ หรือจะใช้น้ำยาซักผ้าที่ใช้กันทั่วไปก็ได้เช่นเดียวกัน ทั้งนี้โปรดระวังเมื่อใช้น้ำยาที่มีส่วนผสมของสารเรืองแสงหรือสารฟอกขาว เนื่องจากอาจทำให้ส่วนที่ใช้กลายเป็นสีขาวโดดจากสีเสื้อปกติได้ และเนื่องจากเป็นส่วนที่เกิดคราบไคลจากผิวหนังได้ง่าย ดังนั้นจึงควรแยกซักเป็นส่วนๆ เป็นประจำทุกวัน เพียงเท่านี้ก็ไม่ต้องกังวลเรื่องคราบไคลอีกต่อไป



คราบเหลืองเกิดจากปฏิกิริยาออกไซด์ของคราบไคลจากผิวหนังและคราบอื่นๆ ซึ่งใช้น้ำยาซักผ้าทั่วไปขจัดออกได้ยาก จึงต้องนำผ้าไปแช่ก่อนซัก โดยให้ใช้สารฟอกขาวชนิดออกซิเจนซึ่งสามารถใช้กับผ้าสีได้ในการแช่ผ้า ทั้งนี้ขอแนะนำให้ใช้สารชนิดผง เนื่องจากมีประสิทธิภาพในการฟอกขาวสูงเป็นพิเศษ โดยทั่วไปแล้ว สารที่มีฤทธิ์เป็นด่างจะมีประสิทธิภาพในการชำระล้างและการฟอกขาวสูง ซึ่งสารฟอกขาวชนิดผงนั้นจะยังคงฤทธิ์เป็นด่างได้ดีกว่าสารชนิดเหลวแม้จะนำไปละลายในน้ำ จึงเหมาะสำหรับการขจัดคราบเหลืองและคราบฝังแน่นบนเสื้อผ้า

[Staff Credit]
Photo: Chizawa Aizawa (biswa)
supervised by: Yuichi Nakamura