Tokyo,
California Style

From Farm to Table

  • Photography by Kazufumi Shimoyashiki
  • Coordination by Asagi Maeda
  • Editing & Text by Tamio Ogasawara

ชาวไร่ต่างปลูกพืชผักพร้อมบรรจุหีบห่อเพื่อจัดส่งสินค้าสดตรงจากฟาร์มอย่างภาคภูมิใจ

ส่วนเชฟที่ร้านอาหารก็คอยเฝ้ามองวันส่งของเพื่อที่จะได้สร้างสรรค์เมนูเลิศรสจากวัตถุดิบที่สดใหม่

การจัดการวางแผนเช่นนี้ทำให้ลูกค้าในร้านอาหารได้สัมผัสกับรสชาติจากธรรมชาติและรู้สึกอิ่มเอมใจยิ่งขึ้น

ร้านอาหาร LOCALE ที่บริหารโดย Katy Cole นี้เป็นร้านอาหารที่รังสรรค์เมนูโดยใช้หลักแนวคิด “จากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร” ซึ่งครัวแบบเปิดของเธอ

ได้ทำให้เธอได้พูดคุยกับผู้คนมากมายที่แวะเวียนเข้ามาอย่างร่าเริง พร้อมทั้งรังสรรค์เมนูแสนอร่อยจากวัตถุดิบที่มีอยู่อย่างคุ้มค่า

Katy Cole

Chef

เกิดที่เมืองลอสแอนเจลิส ประเทศสหรัฐอเมริกา ศึกษาด้านการทำอาหารจากสถาบัน Le Cordon Bleu ในซานฟรานซิสโก เธอมีประสบการณ์ในร้านอาหารหลายแห่งไม่ว่าจะเป็น Fork, Scott Howard และ State Bird Provisions ก่อนจะเปิดร้านอาหารของตัวเอง LOCALE ที่เมกุโระในเดือนตุลาคม 2017 Katy เป็นคนปั้นจานที่ใช้ในร้านอาหารของเธอเองในสตูดิโอปั้นเซรามิก

เมื่อฉันก้าวเข้ามาในร้านอาหาร ฉันก็สัมผัสได้ถึงกลิ่นอันอบอวลของอาหารที่ทั้งอร่อยและมีระดับแบบเดียวกับที่ได้พบในซานฟรานซิสโก

ฉันมาถึงตอนเช้าประมาณ 9:30 น. แล้วก็ได้เห็นลูกค้าอีกกลุ่มหนึ่งนั่งอยู่ก่อนแล้ว จากนั้น Katy Cole ก็ได้ทักทายฉันจากครัวแบบเปิดของเธอพร้อมกับอบผักในกระทะอย่างคล่องแคล่ว “อยากดื่มอะไรก่อนมั้ยคะ” “งั้นเอาเป็นกาแฟแล้วกันค่ะ” เมื่อได้สั่งอาหารแล้ว ในห้องก็เต็มไปด้วยกลิ่นอันหอมหวลทันที ฉันได้กลิ่นขนมปังปิ้ง เมื่อชะโงกหน้าไปดูโต๊ะอื่นก็ได้เห็นแพนเค้กกับขนมปังปิ้งที่ท็อปด้วยอะโวคาโดหั่นชิ้นอย่างสวยงาม ฉันเลยกลับมาดูที่เมนูอีกครั้งเพื่อหาว่าลูกค้าคนนั้นสั่งอะไรไป และเมนูนั้นก็คือแพนเค้กกล้วยและตาร์แตงอะโวคาโดพร้อมดูกาห์ ฉันมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วก็ได้เห็นว่าร้านอาหารนี้หันหน้าไปทางโรงเรียนสอนตีกอล์ฟ ซึ่งมีผู้คนที่แบกถุงไม้กอล์ฟยืนเรียงรายอยู่ด้านนอกเต็มไปหมด

ฉันคิดกับตัวเองว่าโรงเรียนน่าจะเปิดตอนสิบโมง และกว่าที่ฉันจะรู้ตัวอีกที ในร้านอาหารก็มีลูกค้านั่งอยู่เต็มแล้ว ทุกคนต่างมีสีหน้าอันยิ้มแย้มแจ่มใส ไม่ว่าจะเป็นชาวต่างชาติขาประจำที่อาศัยอยู่ในละแวกนี้ หรือแม้แต่คู่รักในชุดวิ่งออกกำลังกายที่แวะเข้ามาหาของกินก่อนจะวิ่งกลับบ้าน

Katy เชฟและเจ้าของร้านอาหาร LOCALE ได้ย้ายจากซานฟรานซิสโกมาอยู่ที่ญี่ปุ่น ก่อนจะเปิดร้านอาหารของตัวเองที่นี่เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2017 LOCALE อยู่ห่างจากแม่น้ำเมกุโระประมาณหนึ่งช่วงตึกในย่านยอดนิยมอันแสนคึกคักที่เต็มไปด้วยร้านค้าริมทาง

ตลาดนัดวันอังคาร

ตลาดกลางแจ้ง 1 ใน 4 แห่งของเมืองโคจิ สถานที่ซึ่งมีร้านค้าเรียงรายจากสถานี Kamimachi 4-chome ไปถึง 5-chome และอยู่ห่างจากถนนหลักที่มีรถรางวิ่งตั้งแต่ทิศตะวันออกไปจนถึงตะวันตกราว 1 ช่วงตึกทางทิศใต้ Inakazushi ซึ่งเป็นอาหารที่ทำจากผักชนิดต่างๆ และคอนยัคคุถือเป็นอาหารขึ้นชื่อของเมืองโคจิ เรายังมีโอกาสได้ลองข้าวปั้นห่อคอนยัคคุด้วย และอร่อยมากด้วย ตลาดจะเปิดตั้งแต่ 6 โมงเช้าไปจนถึงบ่าย 3 โมง

“ฉันใช้เวลาอยู่ในญี่ปุ่น 10 วันในทริปแรก” Katy เล่าเรื่องราวของเธอให้เราฟัง “ลูกค้าของร้านที่ฉันทำงานอยู่ในซานฟรานซิสโกกำลังสร้างเตาอบพิซซ่าในจังหวัดชิงะอยู่ ฉันก็เลยขอตามมาด้วย ตอนนั้นฉันอยู่ในช่วงที่รู้แล้วว่าต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง และคิดว่าได้พบสิ่งนั้นแล้วที่ญี่ปุ่น ถ้าฉันลงมือทำ ก็ต้องเน้นที่อาหารสไตล์แคลิฟอร์เนียที่ตัวเองถนัด แล้ววางคอนเซปต์ของร้านแบบ “จากฟาร์มสู่โต๊ะอาหาร” ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำกันเป็นมาตรฐานในซานฟรานซิสโก ฉันอยากสนับสนุนชาวไร่โดยสั่งวัตถุดิบจากฟาร์มโดยตรง แล้วนำเสนอความมีเสน่ห์ของผลผลิตผ่านอาหารที่ฉันเป็นคนทำ ฉันคิดว่าการใช้วัตถุดิบคุณภาพดีเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่าเทคนิคในการทำอาหาร เพราะความใส่ใจนั้นอัดแน่นอยู่ในผลผลิตทั้งหลาย ในตอนนี้ฉันร่วมงานกับชาวไร่ในเมืองโคจิที่ฮอกไกโด และโอเมะที่อยู่ทางตะวันตกของโตเกียว ฉันโชคดีมากที่ได้เดินทางไปที่โคจิ แต่เสียดายที่ไปไม่ถึงฟาร์มธรรมชาตินาคาซาโตะซึ่งเป็นซัพพลายเออร์หลักของฉัน ที่นั่นเป็นฟาร์มเกษตรอินทรีย์เล็กๆ ของสามีภรรยาคู่หนึ่ง ซึ่งคุณ Sakiko ผู้เป็นภรรยาก็เคยได้ให้เกียรติมาทานอาหารที่ร้าน LOCALE ด้วย ฉันพูดกับตัวเองเสมอว่า ฉันจะลงมือทำมันที่นี่แหละ!”

ครั้งที่สองในเมืองโคจิ
การเยี่ยมชมครั้งแรกที่ฟาร์มธรรมชาตินาคาซาโตะ

เราเดินทางมาถึงเมืองโคจิในตอน 9 โมงเช้าของวันที่มีอากาศแจ่มใส แต่ก่อนที่เราจะไปเยี่ยมชมฟาร์มธรรมชาตินาคาซาโตะนั้น เราได้แวะตลาดนัดวันอังคารซึ่งเป็นหนึ่งในตลาดเกษตรกรของเมืองนี้ ตลาดนี้ถูกเรียกว่า “ตลาดนัดวันอังคาร” เพราะมีทุกวันอังคาร นอกจากนี้ยังมีตลาดที่มีทุกวันพฤหัส ศุกร์ และอาทิตย์อีกด้วย โดย “ตลาดนัดวันอาทิตย์” จะมีร้านค้าเยอะที่สุด ตลาดจะถูกจัดขึ้นต่างสถานที่กันในแต่ละวัน โดยตลาดนัดวันอังคารซึ่งมีขนาดค่อนข้างเล็กจะมีร้านค้าอยู่ 10 กว่าร้านมาตั้งแผงลอยตามถนนริมคลอง ตลาดแห่งนี้ไม่ได้ดึงดูดเฉพาะนักท่องเที่ยวเท่านั้น แต่ยังรวมถึงผู้คนในท้องที่ที่ออกมาจับจ่ายใช้สอยเป็นประจำทุกสัปดาห์อีกด้วย สิ่งนี้ถือเป็นขนบธรรมเนียมที่มีมากว่า 300 ปีแล้ว ซึ่งผู้ที่เป็นหัวหน้าครอบครัวจะเป็นคนปลูกพืชผักต่างๆ แล้วแม่หรือภรรยาจะนำพืชผักที่เก็บเกี่ยวได้ไปขายที่ตลาด Katy ได้พยายามสื่อสารกับคนขายเพื่อซื้อผักจากไร่สวนในท้องถิ่น

เราได้ขับรถจากตลาดนัดวันอังคารไปอีกประมาณ 1 ขั่วโมงก็ถึงฟาร์มธรรมชาตินาคาซาโตะที่อยู่ในเมืองนากาโตซะช่วงบ่าย สถานที่แห่งนี้มีทิวทัศน์ธรรมชาติอันแสนงดงามด้วยทิวเขาที่อยู่ด้านหลังและมีทะเลอยู่ด้านหน้า และยังอยู่ใกล้หาดโอโนะซึ่งเป็นสถานที่ชื่อดังสำหรับโต้คลื่นอีกด้วย ซึ่งก็ไม่ใช่เรื่องที่น่าแปลกอะไร เพราะตั้งแต่เรามาถึงก็มีผู้หญิงสองคนที่ดูอย่างไรก็รู้ว่าเป็นนักโต้คลื่นแวะมาทักทายเราแล้ว พวกเขามาสั่งซื้อผักที่นากาซาโตะทุกสัปดาห์ และถือโอกาสมาเยี่ยมชมฟาร์มแห่งนี้ด้วยเนื่องจากมาเล่นโต้คลื่นในบริเวณใกล้เคียง

ฟาร์มธรรมชาตินาคาซาโตะ

อยู่ที่เมืองคุเระ นากาโตซะ ทางทิศตะวันตกของเมืองโคจิ ฟาร์มแห่งนี้ปลูกผักกว่า 50 ชนิดตลอดทั้งปี และยังเลี้ยงไก่พันธุ์ “Tosa Jiro” และผึ้งน้ำหวานญี่ปุ่นด้วย พวกเขายังปลูกส้มโอและส้มโคนัทสึที่เนินเขาด้านหลังฟาร์มที่สามารถมองเห็นวิวของหาดโอโนะซึ่งเป็นสถานที่โต้คลื่นชื่อดังอีกด้วย และให้จุลินทรีย์กับดินเพื่อเพิ่มความอุดมสมบูรณ์แล้วจึงหว่านเมล็ด แล้วใช้เวลานานนับเดือนจึงเริ่มเก็บเกี่ยวพืชผลที่ปลูกไว้ได้ พร้อมส่งถึงมือลูกค้าในวันเดียวกัน ระหว่างแปลงผักจะมีหญ้าปลูกเอาไว้เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้น้ำขัง “ผักรวมตามฤดูกาล” สามารถสั่งซื้อได้ทางหน้าเว็บไซต์ของฟาร์ม

5840 Kure Nakatosa-cho Takaoka-gun Kochi
farmnakazato.theshop.jp

ในเช้าวันอาทิตย์ เคาน์เตอร์นั้นก็ได้กลายเป็นที่เล่นสำหรับเด็กๆ และครอบครัวของพวกเขา

ฟาร์มธรรมชาตินากาซาโตะก่อตั้งขึ้นเมื่อ 7 ปีก่อนโดย Takuya Nakazato หลังจากที่เขาได้แต่งงานกับ Sakiko สองสามีภรรยาคู่นี้ก็ทำงานในฟาร์มด้วยกัน ฟาร์มแห่งนี้ไม่ใช้ยาฆ่าแมลงและปุ๋ยเคมีทุกชนิด พวกเขาใช้วีธีการผลิตแบบฟาร์มเปิดและใช้ปุ๋ยอินทรีย์เท่านั้นในการปลูกพืชผักกว่า 50 ชนิดตามฤดูกาลตลอดทั้งปี นอกจากพืชผักพื้นเมืองของญี่ปุ่นแล้ว พวกเขายังปลูกหัวบีท ผักเคล และผักชนิดพิเศษอื่นๆ อีกมากมาย “ญี่ปุ่นมีผักอยู่เพียงไม่กี่ชนิด” Takuya กล่าว “ฉะนั้นทุกๆ วันก็เหมือนการลองผิดลองถูก ปลูกผักใหม่ๆ แล้วก็ทิ้งผักอื่นๆ ไป เพราะช่วงฤดูร้อนก็ร้อนเกินกว่าจะปลูกผักได้ ส่วนฤดูมรสุมก็มีลมแรงจนอาจจะทำให้พืชผลเสียหาย น่าเศร้านะ แต่ก็เป็นเรื่องธรรมชาติ เราเลยต้องคิดเรื่องพวกนี้ตอนวางแผนงาน” Sakiko กล่าวเสริมว่า “พวกสัตว์ชอบมาแอบกินพืชผักอยู่ตลอด พวกมันรู้ดีว่าตอนไหนที่พืชผักจะมีรสชาติดีที่สุด ยิ่งข้าวโพดที่โตเต็มที่นี่ของโปรดพวกมันเลย ฉันล่ะอยากจะทำสัญญากับพวกมันจริงๆ แบบถ้ายอมหยุดขโมยผักกินนี่จะให้ข้าวโพดกินสามฝักเลย! การส่งพืชผักที่เราปลูกเองให้กับ Katy ถึงมือเหมือนเป็นการรักษาจิตวิญญาณในผลงานเราเอาไว้ และเมื่อรู้ว่าเธอเองก็คิดเหมือนกับเราและได้นำส่วนผสมเหล่านี้ไปใช้อย่างคุ้มค่าแล้วยิ่งทำให้ฉันรู้สึกอิ่มอกอิ่มใจยิ่งกว่าเดิม ฉันสัมผัสถึงสิ่งนี้ได้เลยตอนที่ทานอาหารในร้าน LOCALE”

Takuya ศึกษาด้านชีววิทยาวิวัฒนาการจากประเทศสหรัฐอเมริกา และทำการสอนและวิจัยมากว่า 20 ปีก่อนที่จะกลับมายังผืนดินที่เรียกได้ว่าเป็นบ้านของคุณยายซึ่งเขาเคยไปเที่ยวเล่นตั้งแต่ยังเล็ก สำหรับ Sakiko เองนั้นก็ได้ย้ายมาอยู่ในละแวกเดียวกัน และได้พบกับ Takuya ในเมืองโคจิ พอถึงเวลาอาหารกลางวัน เราก็ได้รับประทานปลาคัตสึโอะย่างพร้อมกับอาหารอื่นๆ ที่ปรุงด้วยผักที่เก็บมาสดๆ

“ไม่มีอะไรเหมือนกับการได้กินบร็อคโคลีนี่หรือออตัมน์โพเอม (คะน้าญี่ปุ่น) ในที่ที่ปลูกขึ้นมาหรอก" Katy กล่าว เธอนั่งอยู่ในสวนแล้วมองออกไปที่แปลงผักด้านนอก “คุณสามารถสัมผัสถึงความรักได้เลย เพราะพวกเขาต้องดูแลผักพวกนี้และคอยปกป้องจากฝนและสัตว์ทั้งหลายอยู่ตลอด พวกเขาต้องทุ่มทุกอย่างจริงๆ เมื่อใดที่ได้เปิดกล่องใส่สินค้าจากพวกเขา ฉันนึกถึงภาพ Takuya กับ Sakiko ทันที ฉันรู้สึกโชคดีมากที่ได้แบ่งปันรสชาติอันแท้จริงเหล่านี้ให้กับคนอื่นด้วยอาหารของฉัน เหมือนเป็นเครื่องเตือนใจว่างานของเราเป็นเหมือนจุดเชื่อมต่อระหว่างผู้ผลิตและลูกค้าที่มากินอาหารที่ร้านของเรา ”

ในรุ่งขึ้นหลังจากที่กลับมาจากเมืองโคจิ กล่องใส่ผักสดที่เพิ่งเก็บเกี่ยวมาก็มาถึงร้านพร้อมกับข้อความจาก Sakiko เมื่อเปิดกล่องออกมา Katy ก็ได้พบกับผักต่างๆ มากมาย ทั้งออตัมน์โพเอม บร็อคโคลีนี่ แครอท และผักใบเขียวชนิดต่างๆ เธอสั่งซื้อผักพวกนี้เยอะมากจนต้องจัดเรียงผักต่างๆ ไว้บนเคาน์เตอร์ เพราะไม่มีที่อื่นว่างพอจะวางได้

Katy จะขี่จักรยานไปทำงานเสมอถ้าฝนไม่ตกในวันนั้น โดยเธอจะสวมเสื้อโค้ทและผูกสายคาดเอวแน่น

แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่ทำให้ใครสักคนมีความสุข

“ตอนแรกที่ฉันมาญี่ปุ่น เพื่อนของฉันพาไปทานอาหารที่ร้าน Beard ซึ่งอยู่ที่เดียวกับร้าน LOCALE ในตอนนี้ อาหารที่นั่นอร่อยมาก ฉันรู้ว่าฉันอยากจะมีร้านอาหารแบบนั้นบ้างสักวัน ฉันยังรู้สึกตกหลุมรักกับสถานที่นั้นอีกด้วย หลังจากจบไฮสคูลก็ไม่รู้ว่าจะเรียนต่ออะไรดี ฉันก็เลยตัดสินใจเรียนต่อในโรงเรียนสอนทำอาหารที่ซานฟรานซิสโกแล้วก็ได้รู้สึกหลงใหลในสิ่งนั้น หลังจากที่ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์จากร้านอาหารทุกแบบแล้วก็ถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแปลง ฉันก็เลยเดินทางมาที่ญี่ปุ่น เหมือนโชคช่วยที่ได้พบอะไรดีๆ หลายอย่าง ตอนที่ทราบว่า Shin Harakawa ซึ่งเป็นเจ้าของร้าน Beard ย้ายไปทำอย่างอื่น ฉันเลยถามว่าขอเช่าที่ตรงนั้นต่อได้หรือเปล่า ครั้งแรกที่ฉันทานอาหารในร้าน Beard คือวันที่ 3 ตุลาคม 2013 แล้วฉันก็ได้เปิดร้าน LOCALE ในที่และวันเดียวกันในอีก 4 ปีให้หลัง ถ้าฉันไม่เคยได้มาที่ญี่ปุ่น ฉันคงเป็นแค่เชฟอีกคนหนึ่งที่ทำงานอยู่ในครัวของร้านอาหารในแคลิฟอร์เนีย การที่ได้อยู่ในญี่ปุ่นทำให้ฉันสามารถทำอาหารสไตล์แคลิฟอร์เนียแท้ๆ ได้อย่างเต็มที่ คุณแม่ของฉันเสียไปเมื่อ 12 ปีที่แล้ว แต่คุณแม่เป็นคนที่สร้างแรงบันดาลใจให้ฉันได้พัฒนาสไตล์ของตัวเองและได้สนุกกับการทานอาหารที่โต๊ะ ในฐานะครอบครัว เป็นประสบการณ์ที่ได้ความรู้มากๆ สำหรับฉัน การทำอาหารอาจทำให้เรากลายเป็นคนทะนงตัวได้ และบ่อยครั้งเชฟมักจะรู้สึกวิตกกังวลกับเรื่องการแสดงออก หากกังวลมากไป คุณจะไม่สามารถสัมผัสกับโลกภายนอกได้ ฉันเลยอยากจะเป็นคนเปิดกว้างและมอบพลังบวกให้กับทุกคนได้ ทุกคนจะได้รู้สึกมีความสุขกับอาหารที่ปรุงจากวัตถุดิบอันยอดเยี่ยมจากฟาร์มนี้ หากทำให้ใครซักคนมีความสุขได้ ฉันจะมีความสุขไปด้วย ซึ่งนั่นเป็นสิ่งที่คอยผลักดันฉัน ก่อนที่จะเปิดร้านอาหารของตัวเอง ฉันเคยรู้สึกหมดแรงนะหลังจากทำงานเสร็จในแต่ละวัน แต่พอได้ทำอาหารในครัวเปิดเหมือนอย่างตอนนี้ ฉันก็รู้สึกมีพลังตลอดทั้งวัน ถ้าได้รับข้อความดีๆ ฉันจะส่งต่อความรู้สึกดีๆ นั้นให้กับคนอื่นต่อไป เหมือนเป็นวัฏจักรน่ะ พวกเราประสบความสำเร็จเมื่อมาอยู่รวมด้วยกัน การทำอาหารคือวัฏจักรที่ยอดเยี่ยมที่สุด เราเก็บรวบรวมวัตถุดิบ ทำอาหาร และแปรเปลี่ยนสิ่งที่เรากินเข้าไปเป็นของเสีย ซึ่งท้ายที่สุดก็จะย่อยสลายและกลับมากลายเป็นอาหารอีกครั้ง นั่นเป็นวิธีมองโลกให้สดใส”

Katy เลือกชื่อร้าน“LOCALE” เพราะเธออยากทำให้ร้านแห่งนี้มีความรู้สึกเหมือนกับบ้าน คล้ายๆ กับร้านกาแฟสุดโปรดในละแวกบ้านของคุณ หากโทรมาสำรองที่นั่ง คุณจะได้ยินเสียงของ Katy ผ่านโทรศัพท์ว่า “LOCALE Tokyo ค่ะ ได้ค่ะ ไม่มีปัญหา แล้วเจอกันพรุ่งนี้” สถานที่อันน่าอบอุ่นใจแห่งนี้เปิดรับทุกคน เป็นที่ที่จะช่วยเติมไฟให้กับชีวิต คุณก็แค่มองหาสิ่งเหล่านี้ให้เจอ แล้วชีวิตของคุณก็จะสมบูรณ์ยิ่งขึ้น

ขณะที่เราขับรถกลับจากเมืองโคจิ พระจันทร์เต็มดวงก็ได้ทอแสงลงมา “สีของพระจันทร์เหมือนกับไข่ที่ฉันเสิร์ฟเป็นอาหารเช้าเลย”

Katy จะอบผักที่ได้จากครอบครัว Nakazato และคลุกเคล้าเข้ากับซอสเม็ดมะม่วงหิมพานต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในเมนูพิเศษที่ไม่ได้เขียนไว้บนกระดาน และถือเป็นอาหารจากฟาร์มสู่โต๊ะอาหารอย่างแท้จริง

เมื่อเด็กๆ เล่นสนุกกันจนพอใจแล้วออกไปข้างนอกกันหมดแล้ว เหล่าคุณพ่อทั้งหลายก็จะแวะเวียนเข้ามาทานอาหารมื้อสายกัน ถ้าลองมองไปรอบๆ ก็อาจจะลืมไปว่าตัวเองอยู่ในประเทศญี่ปุ่นได้ ในวันธรรมดา ร้านอาหารจะเปิดเฉพาะช่วงเย็นเท่านั้น ซึ่งลูกค้ามากมายก็ต่างแวะเวียนเข้ามาจับจองที่นั่งและพูดคุยกันที่บริเวณเคาน์เตอร์ Katy รู้สึกยินดีเป็นพิเศษเมื่อได้เห็นภาพเหล่านี้ แล้วบอกกับลูกค้าของเธอว่า “ทำตัวตามสบายเลยค่ะ!”

LOCALE Tokyo

ในวันธรรมดา ร้านอาหารจะเปิดบริการเฉพาะมื้อเย็นเท่านั้น โดยคอร์สมื้ออาหารแต่ละวันจะมีราคาตั้งแต่ 5,000 ถึง 6,000 เยน หรือจะเลือกอาหารจากเมนูบนกระดานก็ได้ ส่วนวันหยุดจะมีคนแน่นร้านอย่างคึกคักจนคาดไม่ถึงเลยทีเดียว

1-17-22 Meguro, Meguro-ku, Tokyo
+81 3 6874 6719
  • OPEN Wednesday-Saturday 18:00-22:00,
    Saturday and Sunday 9:30-14:30
  • CLOSED Monday and Tuesday

*Days and hours of operation subject to change.

Share This Page