Life is a Journey

เราทุกคนต่างปรารถนาจะแพ็คกระเป๋าเพื่อเดินทางไปยังที่ใหม่ๆ

การดื่มด่ำสภาพแวดล้อมที่ต่างออกไป
เป็นการยกระดับจิตวิญญาณและสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น
อาจจะยังอยู่อีกไกล
แต่ต้องมีสักวันที่เรา
จะสามารถท่องโลกได้อีกครั้ง

ภายใต้ประเด็นเกี่ยวกับอนาคตที่อิสระยิ่งขึ้น
เราได้สอบถามศิลปินหกคนที่ทำงานในสถานที่ต่างๆ
ทั่วโลกเกี่ยวกับทริปที่ตราตรึงใจที่สุดในชีวิตของพวกเขา

Illustrations by Luis Mendo

ฉันก็หวังไว้ว่าจะได้ไปที่นั่น

by Sarah Andelman

เมษายน 2020: เดิมทีเราต้องเดินทางไปโตเกียวเพื่อเปิดตัวสารคดีเรื่อง "Colette mon Amour" ที่พูดถึงเรื่องราวในช่วงหกเดือนสุดท้ายก่อนที่ร้าน Colette จะปิดตัวลง และวางแผนหลังจากนั้นไว้ว่าจะเดินทางพร้อมครอบครัวไปเที่ยวที่เกียวโต พร้อมเยี่ยมชมบ้านงานศิลป์ House of Light ของศิลปินเลื่องชื่ออย่าง James Turrell และที่ขาดไม่ได้คืองานปั้นพระพุทธรูปขนาดยักษ์ของ Tadao Ando ที่อยู่ใกล้กับเมืองซัปโปโร

แต่แล้วทุกอย่างก็ต้องถูกยกเลิกไป เหมือนกับหลายๆ เรื่องที่เกิดขึ้นในปี 2020

กันยายน 2020: มีการเปิดตัวภาพยนตร์สารคดี "Colette mon Amour" ในโตเกียว แต่เราไปร่วมงานไม่ได้ จึงต้องติดตามการถ่ายทอดจากทางไกลผ่าน Instagram แทน

ตลอดชีวิตที่ผ่านมาฉันรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่ได้มีโอกาสเดินทางไปยังสถานที่มหัศจรรย์หลายแห่งทั่วโลก: ไม่ว่าจะเป็นภูมิภาคปาตาโกเนีย มัลดีฟส์ รัฐยูทาห์ หรือแม้แต่บนเทือกเขาแอลป์ ฉันรู้สึกขอบคุณชีวิตในทุกๆ วันที่ให้โอกาสฉันได้อยู่อาศัยในเมืองที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของโลกอย่าง ปารีส รวมถึงใช้เวลาส่วนใหญ่ๆ ช่วงหนึ่งอยู่ใกล้กับเมืองวูดสต็อกทางตอนเหนือของรัฐนิวยอร์กซึ่งเป็นสถานที่เสริมสร้างแรงบันดาลใจได้ดีมากทีเดียว

แต่ก็ไม่มีที่ไหนเหมือนกับญี่ปุ่นที่ฉันเฝ้ารอวันที่จะได้กลับไป คิดถึงทุกบรรยากาศในโตเกียวและการเดินเที่ยวชมย่านชิบุยะ ไดคันยามะ หรือมินาโตะ ชมดอกซากุระบานในย่านนาคาเมกุโระ นั่งทานทงคัตสึในร้านชื่อดังอย่าง Tonki และช้อปปิ้งที่ Kiddyland หรือ Itoya... แม้ว่าจะไปโตเกียวมาแล้วหลายครั้ง แต่ก็ทราบดีว่าฉันเป็นเพียงนักท่องเที่ยวคนหนึ่ง และฉันเองก็ชอบที่จะให้เป็นแบบนั้น เพราะฉันได้ค้นพบสิ่งเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่เคยเห็นในทุกครั้งที่ไป แต่ในขณะเดียวกันโตเกียวก็ให้ความรู้สึกเหมือนบ้านที่คุ้นเคย

Sarah Andelman

Creator, Curator

ผู้ก่อตั้งคอนเซ็ปต์สโตร์ระดับตำนานอย่าง Colette ซึ่งปิดตัวลงในปี 2017 หลังจากที่เปิดมายาวนานกว่ายี่สิบปี ต่อมา Sarah ได้เปิดบริษัทครีเอทีฟอีกแห่งหนึ่งภายใต้ชื่อ "Just An Idea" เป็นที่รวมความคิดสร้างสรรค์จากผู้คนสายครีเอทีฟในหลากหลายสาขา

อคติกับงานดีไซน์ ไปด้วยกันไม่ได้

by Jong Kim

ผมใช้ชีวิตอย่างผู้ใหญ่ตั้งแต่อายุสิบหกปี ตัดสินใจเองทุกอย่างว่าต้องการอะไรในชีวิตและเลือกเดินตามเส้นทางนั้น จนถึงวันที่ผมก้าวออกจากประเทศบ้านเกิดสู่ปารีสเพียงลำพัง

ซึ่งผมก็ค่อนข้างโชคดีที่ทันทีหลังเรียนจบก็ได้ทำงานในแวดวงนักออกแบบและใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นถึงสิบห้าปี ช่วงวัยยี่สิบที่ผมอาศัยอยู่ในปารีสเป็นจังหวะชีวิตที่งดงามและน่าตื่นตาตื่นใจที่สุด เรียกได้ว่าเป็นครึ่งชีวิตของผมเลยทีเดียว

ผมเชื่อว่าสิ่งที่ได้เรียนรู้และประสบการณ์จากการอาศัยอยู่ที่นั่นทำให้มุมมองความคิดผมแหลมคมขึ้นซึ่งช่วยให้ผมกลับมาใช้ชีวิตที่เกาหลีได้ดียิ่งขึ้นกว่าเดิม ผมคิดว่าตอนที่อยู่ปารีสผมค่อนข้างโดดเดี่ยวนะ ต้องใช้ชีวิตไกลบ้านนานกว่าสิบห้าปี แล้วพอตัดสินใจว่าจะย้ายกลับมาที่นี่ ผมเลยมั่นใจว่าคงไม่คิดถึงปารีสสักเท่าไหร่หรอก

แต่ Ernest Hemingway เคยเขียนถึงเมืองนี้เอาไว้ในทำนองว่า “ไม่ว่าคุณจะเลือกใช้ชีวิตบั้นปลายที่ไหน ปารีสยังคงมีเสน่ห์น่าอัศจรรย์ที่จะตราตรึงคุณไปตลอดทุกหนแห่ง” ซึ่งเขาพูดถูก เพราะช่วงชีวิตที่งดงามที่สุดจะคงอยู่ในความทรงจำของเราตลอดไป

ทุกวันนี้ผมยังย้อนนึกถึงภาพที่เคยขี่เวสป้าสไตล์วินเทจเลียบไปตามแม่น้ำแซนหลังจากช้อปปิ้งที่ย่านตลาดเก่าในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์ ปารีสยังคงมีเสน่ห์ตราตรึงผมอย่างไม่เสื่อมคลาย ซึ่งมีส่วนช่วยให้ผมลืมความโดดเดี่ยวที่เกิดขึ้นในตอนนั้นได้เป็นอย่างดี

ส่วนสถานที่ที่ช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้ผมมากที่สุดเห็นจะเป็นพิพิธภัณฑ์การล่าสัตว์และธรรมชาติ (Museum of Hunting and Nature) ในย่านเลอ มาเรส์ ในฐานะคนรักสัตว์ที่เลี้ยงสุนัขไว้สองตัว ผมเคยขยาดแม้แต่กับป้ายที่ติดไว้ด้านนอกพิพิธภัณฑ์ ไม่เคยคิดจะซื้อตั๋วเข้าชมเลยสักนิด แต่แล้ว เมื่อมีโอกาสได้เข้าไปเยี่ยมชมครั้งหนึ่งก็ติดใจจนยากที่จะถอนตัว พิพิธภัณฑ์จัดแสดงผลงานได้โดยไม่ทิ้งกลิ่นอายของความเป็นปารีส สามารถถ่ายทอดภาพของโลกแห่งการล่าซึ่งเป็นคำที่ดูน่ากลัวและสื่อความหมายในเชิงลบได้ด้วยการเปรียบเปรยอุปมาอุปไมยอย่างมีสไตล์และไร้ความรุนแรง เช่น ภาพของสุนัขจิ้งจอกที่ถูกสตั๊ฟไว้ในอิริยาบถคล้ายกับล้มตัวลงนอนบนเก้าอี้เท้าแขน หรือเพดานที่แต่งแต้มด้วยขนนกฮูก ผมชื่นชมความพยายามในการทำสิ่งที่ดูน่ากลัวให้สวยงามได้

ผมต้องไปเยี่ยมชมพิพิธภัณฑ์นี้ทุกครั้งที่กลับไปปารีส ไม่ใช่เพราะว่าหลงใหลในตัวสถานที่หรอกนะ หากแต่เป็นความทรงจำที่ได้รับจากการที่ผมเคยมีอคติและปฏิเสธการเข้าชมพิพิธภัณฑ์จนได้เปิดโลกด้วยตาตนเองในท้ายที่สุดนั่นแหละที่สำคัญกว่า

Jong Kim

Interior Designer

ผู้อำนวยการแห่ง Jongkim Design Studio เคยร่วมงานกับ Patrick Jouin Studio ในปารีส จบปริญญาโทโดยมีผลการเรียนเป็นระดับต้นๆ ของรุ่นจากวิทยาลัยการออกแบบ Ecole Camondo ในปารีส

เมืองอันเงียบสงบ ที่ช่วยให้ผมรู้สึกผ่อนคลาย

by Shingo Kunieda

การฝันว่าได้ท่องเที่ยวไปยังสถานที่อันเงียบสงบและห่างไกลผู้คนสำหรับผมแล้วเกิดขึ้นจริงได้ยากมากเพราะต้องเดินทางไปต่างประเทศเพื่อร่วมแข่งขันรายการต่างๆ อยู่ตลอดเวลา แต่หากจะมีเมืองไหนที่ผมเฝ้ารอที่จะได้กลับไปเสมอ คำตอบเดียวในใจคือเมลเบิร์น เมืองเจ้าบ้านในรายการแข่งขันอย่าง Australian Open ที่จัดขึ้นเป็นประจำในเดือนมกราคมของทุกปี เมลเบิร์นต่างจากเมืองใหญ่ๆ ที่ใช้จัดการแข่งขันรายการ Grand Slam ตรงที่ไม่วุ่นวายเท่า ทั้งยังให้ความรู้สึกว่าเป็นเมืองที่อยู่สบายราวกับว่าเวลานั้นหมุนไปอย่างช้าๆ มีเวลาได้เที่ยวชมสวนพันธุ์ไม้ริมแม่น้ำที่อยู่ไม่ไกลจาก Melbourne Park ซึ่งใช้เป็นสถานที่จัดการแข่งขัน และด้วยความที่มีช่วงกลางวันยาว การได้พักเบรกระหว่างแมทช์การแข่งขันแม้จะเป็นเวลาสั้นๆ แต่ก็เพียงพอให้ได้พักผ่อนหย่อนใจ

คนทั้งเมืองต่างหลงใหลในกีฬาเทนนิส ไปไหนมาไหนก็เจอแต่ผู้คนที่มีจิตใจดี และอากาศก็อบอุ่น นอกจากนี้ ที่นี่ยังเป็นสนามแรกที่ผมกลับมาคว้าแชมป์ได้อีกครั้งหลังจากหยุดพักไปจากอาการบาดเจ็บรุนแรง ดังนั้นถ้าผมจะย้ายไปอยู่ที่ไหน ก็คงเป็นเมลเบิร์นนี่แหละ เพราะเมืองนี้เต็มไปด้วยความทรงจำดีๆ สำหรับผม เมื่อใดก็ตามที่ผมและครอบครัวต้องการพักเรื่องของเทนนิสและออกเดินทางไปเที่ยวพักผ่อน เรามักเลือกไปยังสถานที่ที่เวลาเดินช้าอย่างเมลเบิร์นนี่แหละครับ

Shingo Kunieda

Athlete

Shingo Kunieda นักกีฬาวีลแชร์เทนนิสระดับชั้นนำของโลกคว้าเหรียญทองในกีฬาพาราลิมปิกปี 2008 ที่ปักกิ่ง และในปี 2012 ที่ลอนดอน แม้ต้องประสบกับอุปสรรคต่างๆ เรื่อยมา รวมถึงการบาดเจ็บจนต้องเข้ารับการผ่าตัดข้อศอกขวาในปี 2016 แต่เขาก็กลับมาคืนฟอร์มจนคว้าชัยได้อีกครั้งในรายการ Australian Open ปี 2018 เขายังคงมุ่งมั่นฝึกซ้อมอย่างหนักเพื่อหวังจะคว้าเหรียญทองในการแข่งขันโตเกียวโอลิมปิก

เที่ยวไทยกับฝันที่เติมเต็ม

by John Yuyi

ปีที่แล้วฉันวางแผนไว้ว่าจะย้ายจากนิวยอร์กไปอยู่โตเกียวสักระยะ แต่โควิดทำให้ฉันต้องเปลี่ยนแผนกลับมาอยู่ที่ไต้หวันไปพลางก่อน

ตั้งแต่เล็กฉันวาดฝันถึงเมืองและสถานที่ต่างๆ รอบโลกที่ฉันหลงรักด้วยหวังว่าสักวันหนึ่งเมื่อโตขึ้นฉันจะได้ไปเยี่ยมเยือน นอกเหนือจากบรรดามหานครเลื่องชื่อ ยังมีประเทศหนึ่งที่ยังตราตรึงอยู่ในความทรงจำของฉันไม่เสื่อมคลาย

ฉันได้ไปเที่ยวประเทศไทยเป็นครั้งที่สามเมื่อปี 2015 หลังจากหยุดพักที่กรุงเทพฯ ฉันกับแฟนก็ออกเดินทางต่ออีกสองชั่วโมงไปยังจังหวัดกาญจนบุรี ที่นั่นเราได้เดินชมทางรถไฟสายเก่าที่อยู่ริมแม่น้ำและนั่งรถเมล์ร้อนที่เปิดพัดลมเสียงดังไปตลอดทาง จนถึงน้ำตกเอราวัณที่สวยงามสุดๆ ทำให้เราตื่นตะลึงกับภาพของลำน้ำที่ใสสะอาดเป็นประกายราวกับอยู่ในดินแดนแห่งความฝัน นอกจากนั้น ในทริปเดียวกันเรายังได้โบกรถมอเตอร์ไซค์สองคันนั่งข้ามทุ่งตอนฝนตก รวมถึงนั่งรถไฟที่ทั้งขบวนมีแค่เราสองคนตั้งแต่เช้าจรดค่ำ เต็มอิ่มไปกับทิวทัศน์ที่สวยงามดั่งฝันตลอดเส้นทาง หน้าต่างทุกบานบนรถไฟเปิดไว้ เผยให้เห็นทัศนียภาพด้านนอกที่กว้างขวางและสวยงามเป็นธรรมชาติสุดลูกหูลูกตา เปรียบได้กับกรอบรูปที่จับภาพแห่งเวลาต้องมนตร์ ซึ่งยังคงประทับอยู่ในใจฉันตลอดมา

อาจฟังดูดราม่านะ แต่ในช่วงเวลานั้น ถ้าจะมีรถไฟที่เดินทางไปยังสรวงสวรรค์ได้จริง ก็ขบวนนี้แหละใช่เลย

John Yuyi

Visual Artist

เกิดที่ไต้หวัน โดดเด่นด้านการใช้ร่างกายของนางแบบหรือของตนเองเป็นผืนผ้าใบในการสร้างสรรค์และนำเสนอไอเดียสู่โลกภายนอกผ่านศิลปะลวดลายบนสติกเกอร์รอยสักแบบชั่วคราว เธออาศัยอยู่ในนิวยอร์กเป็นส่วนใหญ่และมีผลงานสร้างสรรค์ที่โดดเด่นหลายแขนง รวมถึง ศิลปะจัดวาง

การเดินทางที่รอวันสานต่อ

by Svetlana Khodchenkova

ไม่มากก็น้อย เราทุกคนล้วนมีการเดินทางที่รอวันสานต่อ ฉันไปญี่ปุ่นครั้งแรกเมื่อสิบปีก่อนเพื่อทำธุระเรื่องงาน และโฟกัสกับงานตรงหน้าโดยไม่ได้ใส่ใจกับสิ่งอื่นๆ ที่เกิดขึ้นรอบตัวในตอนนั้นสักเท่าไหร่

ซึ่งน่าเจ็บใจเล็กๆ ตรงที่นับวันฉันยิ่งอยากกลับไปเที่ยวญี่ปุ่นมากขึ้นทุกทีในเวลานี้ที่ทุกอย่างไม่เป็นใจให้เดินทางไปไหนมาไหนได้ สำหรับฉัน ญี่ปุ่นเป็นประเทศที่งดงามและจุดหมายการเดินทางที่ฉันรอวันสานต่อ ฉันเฝ้ารอที่จะได้กลับไปดื่มด่ำกับทุกบรรยากาศรอบตัวให้ได้เต็มที่ร้อยเปอร์เซ็นต์อีกครั้ง

เมื่อคิดถึงญี่ปุ่น สองซีซั่นที่นึกขึ้นมาได้ทันทีเลยคือ ช่วงฤดูใบไม้ผลิที่ดอกซากุระกำลังบาน และช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ต้นเมเปิลผลัดใบเป็นสีแดง

ฉันฝันถึงการไปเที่ยวสวนอุเอโนะในโตเกียวและใช้เวลาตลอดทั้งวันนั่งดูแสงอาทิตย์ที่เปลี่ยนเฉดไปเรื่อยๆ พร้อมภาพของนักท่องเที่ยวที่เดินขวักไขว่ และครอบครัวที่มารวมตัวสังสรรค์กันใต้ต้นซากุระ

สำหรับฤดูใบไม้ร่วง ฉันจะไปเกียวโตเพื่อเยี่ยมชมศาลาทองคำแห่งวัดคินคะคุจิ (Temple of the Golden Pavilion) และตั้งคำถามกับตัวเองเหมือนกับที่มีเขียนไว้ในหนังสือของ Yukio Mishima ที่ว่าความงดงามระดับนี้ควรเก็บซ่อนไว้ไม่ให้ใครเห็น หรือควรเปิดเผยให้ทุกคนได้รับรู้ จากนั้นค่อยเดินทางต่อไปถึงสวน ณ พระราชวังอิมพีเรียลในช่วงพระอาทิตย์ตกดินเพื่อชมความงามของใบต้นแปะก๊วยที่เป็นไอคอนประจำฤดูกาลนี้

ส่วนในฤดูใบไม้ผลิ ฉันจะไปที่เมืองนิกโกเพื่อร่วมเทศกาลเฉลิมฉลองประจำฤดูที่ศาลเจ้าโทโชกุ (Tosho-gu Shrine) และดื่มด่ำไปกับความชุ่มฉ่ำท่ามกลางน้ำตกอันตระการตา

ฉันรู้ว่าทุกอย่างที่วางแผนไว้นี้สักวันจะต้องเกิดขึ้นจริง และฉันเฝ้ารอวันที่จะได้กลับไปที่ญี่ปุ่นอีกครั้งด้วยตัวเอง ไม่ใช่เพียงแต่ในจินตนาการอีกต่อไป

Svetlana Khodchenkova

Actor

นักแสดงสาวชาวรัสเซียที่มีผลงานการแสดงทั้งในด้านละครเวทีและภาพยนตร์ หลังจากเริ่มงานแสดงครั้งแรกในภาพยนตร์เรื่อง "Bless the Woman" เธอก็ได้รับบทบาทงานแสดงในภาพยนตร์อีกมากมายหลายเรื่อง รวมถึง "Tinker Tailor Soldier Spy" และ "The Wolverine" ที่ทำให้เธอเป็นที่รู้จักในวงกว้าง นอกจากนี้ในปี 2020 เธอยังได้รับรางวัลเป็นนักแสดงหญิงยอดเยี่ยมแห่งทศวรรษของรัสเซียอีกด้วย

ความรักที่ยังเดินทางต่อเนื่อง

by Futura

ถ้าให้เลือกสถานที่หรือจุดหมายปลายทางที่ผมหลงรักมากที่สุดบนโลกใบนี้ แน่นอนว่าต้องเป็นประเทศญี่ปุ่นที่ผมมีโอกาสไปเยือนครั้งแรกเมื่อปี 1974 ย้อนไปสมัยที่ผมอยู่กองทัพเรือ สหรัฐและประจำการที่ฐานทัพอากาศใกล้กับเมืองอะสึงิ สิบปีต่อมาในปี 1984 ผมได้กลับไปญี่ปุ่นอีกครั้งกับเพื่อนกลุ่มหนึ่งเพื่อร่วมนิทรรศการ WILDSTYLE ในโตเกียวและโอซาก้า และต่อมาในปี 1994 ก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่ผมได้กลับไปที่ฟูกูโอกะ ซึ่งพอถึงจุดนี้ผมก็มีความคุ้นเคยกับสิ่งต่างๆ ในประเทศและธรรมเนียมปฏิบัติของญี่ปุ่นเป็นอย่างดีแล้วจนรู้สึกถึงความสบายใจมากๆ ทุกครั้งที่ได้อยู่ที่นี่ หลังจากนั้นอีก 10 ปีพอดีเป๊ะในปี 2004 ซึ่งดูเป็นเวลาที่เหมาะเจาะและชี้ชัดให้เห็นถึงความรักของผมที่ยังเดินทางต่อเนื่องในประเทศนี้ ผมกลับมาเปิดร้าน FUTURALABORATORIES ของตัวเองที่ฟูกูโอกะและใช้เวลาสร้างมิตรภาพอันเหนียวแน่นกับเพื่อนและผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงานชาวญี่ปุ่นมาตั้งแต่นั้น สิบปีให้หลังมานี้เป็นช่วงของการสั่งสมประสบการณ์จากสิ่งต่างๆ ที่ได้ทำมาตลอดก่อนหน้าจนเกิดเป็นนิทรรศการ GENERATION Z ในปี 2019 ที่ผมจัดขึ้นที่ THE MASS ในโตเกียว ซึ่งมีการนำเสนอผลงานของ STASH และของลูกชายผมเอง TIMOTHY หรือในอีกชื่อหนึ่งว่า @13thwitness

Futura

Graffiti Artist

Futura เป็นผู้บุกเบิกงานกราฟฟิตีสไตล์แอ็บสแตรคและศิลปินด้านงานภาพกราฟิกระดับตำนาน หนึ่งในแถวหน้าของวงการร่วมกับ Jean-Michel Basquiat และ Keith Haring ที่สั่นสะเทือนแวดวงศิลปะในยุค 80

หยุดเวลา

by Maiko Kurogouchi

ฉันพักผ่อนอยู่ในโปรตุเกสก่อนที่ความโกลาหลจะเกิดขึ้นทั่วโลก ใช้เวลาเดินเล่นผ่อนคลายอารมณ์ไปตามชายฝั่งจากปอร์โตไปจนสุดที่ตาวิราซึ่งเป็นเมืองเล็กๆ ติดชายแดนสเปนที่เวลาราวกับจะหยุดเดิน ฉันหลงรักเมืองนี้ทันที เลยใช้เวลาพักกายผ่อนใจให้ว่างๆ ทั้งอาทิตย์อยู่ที่นั่น

หลังตื่นมาทักทายแสงอาทิตย์ยามเช้าที่สาดส่องเข้ามาผ่านหน้าต่างบานยักษ์ในห้อง ฉันก็เริ่มออกสำรวจเมืองไปบน Honda Cub คันน้อยที่ฉันเช่าไว้ ทุกครั้งที่ติดเครื่องและเริ่มออกเดินทาง น้องหมาตัวใหญ่ของที่พักจะวิ่งไล่ตามรถฉันเสมอ จนอดไม่ได้ต้องหันไปมองความน่ารักของเจ้าสุนัขขนขาวสลับดำที่เป็นประกายตัดกับทุ่งหญ้ายอดสูงที่มันวิ่งผ่าน ตลอดแนวถนนเลียบชายฝั่งของที่นี่มีดอกไม้ที่ฉันไม่เคยเห็นมาก่อนบานปูพรมราวกับหิมะอยู่เต็มไปหมด ฉันเลยวาดภาพร่างเก็บไว้ด้วยหวังว่าถ้ามีชุดลายดอกไม้แบบนี้บ้างก็คงจะดี

ในยามค่ำเมื่อพระจันทร์ตื่นขึ้นมารับขอบฟ้าอันมืดมิดและสงบเงียบ ป้า Barbara เจ้าของบ้านพักที่ฉันอาศัยอยู่ก็จัดเตรียมอาหารมื้อเย็นแสนอร่อยเสร็จเรียบร้อยพอดี หลังจากทานจนอิ่มท้อง ฉันก็นั่งจ้องเตาผิงปลดปล่อยอารมณ์ไปเรื่อย

ฉันรู้ทุกอย่างที่พูดมานั้นดูราวกับความฝัน และทราบดีว่ายังคงต้องอยู่ที่นี่ไปอีกสักระยะหนึ่ง ฉันเลยได้ออกแบบคอลเลคชันใหม่จากประสบการณ์ที่ได้ที่นี่

เปลี่ยนภาพจำของแสงอาทิตย์และดอกไม้ที่ปลิวลู่ลมให้กลายเป็นดีไซน์งานผ้าที่ย้อนให้นึกถึงความทรงจำที่งดงามเหล่านั้นได้ทุกครั้งที่สวมใส่ ฉันรู้สึกโชคดีเหลือเกินที่ได้ทำงานเป็นดีไซเนอร์ในช่วงเวลาเช่นนี้

Maiko Kurogouchi

Fashion Designer

ก่อตั้ง Kurogouchi Design Office ในปี 2010 ครีเอเตอร์เจ้าของแบรนด์เสื้อผ้าสำหรับผู้หญิงที่จัดจำหน่ายทางออนไลน์อย่าง Mame Kurogouchi ซึ่งได้รับการเปิดตัวในปารีสด้วยคอลเลคชันประจำฤดูใบไม้ร่วง/ฤดูหนาว 2018

Share This Page